In News
นายกฯสั่งเร่งเคลียร์ให้จบภายใน1สัปดาห์ ยืนยันเยียวยาเหยื่อแผ่นดินไหวทุกราย

นายกรัฐมนตรี ใช้ บริการรถไฟฟ้าใต้ดินด้วยตัวเอง ยืนยันปลอดภัย 100% ขณะที่เหตุก่อสร้างตึก สตง.ถล่มสั่งตั้ง คกก.ตรวจสอบสาเหตุ ขอให้จบไปเพื่อเป็นบรรทัดฐานของการก่อสร้างต่อไปในอนาคต นายกฯแถลงผลติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว เข้าสู่สภาวะปกติ ยืนยันดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เร่งปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยให้ทั่วถึง นายกรัฐมนตรี ประชุมสั่งการกำชับทุกส่วนราชการเตรียมแผนรับมือ ให้เวลา 1 สัปดาห์ทุกอย่างต้องชัดเจน ยืนยันรัฐบาลจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างดีและเร็วที่สุดและนายกฯ ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกหน่วยงาน หลังเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
วันนี้ (28 มี.ค.68) เวลา ประมาณ 12.นาฬิกา ที่สถานี รถไฟฟ้าใต้ดิน สนามไชย (BL31) เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงตรวจดูความเรียบร้อยรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน (MRT) เพื่อรองรับการให้บริการประชาชน ภายหลังเหตุเเผ่นดินไหว และใช้บริการ
หลังจากนายกรัฐมนตรีลงตรวจรถไฟฟ้ามหานคร(ใต้ดิน)โดยขึ้นจากสถานีสนามชัยไปลงที่สถานีศาลาแดง พบว่ามีประชาชนให้ความมั่นใจใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการตรวจสอบความปลอดภัยให้ได้ 100% เนื่องจากเป็นทางรถไฟยกระดับแบบโมโนเรลโดยจะสรุปอีกครั้งในช่วงเย็นวันนี้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถาม นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) รักษาการแทน ผู้ว่าการ รฟม. เรื่องการอพยพผู้โดยสาร ซึ่งได้รับรายงานว่า การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้โดยสารปลอดภัย ส่วนเรื่องอาณัติสัญญาณการเดินรถและโครงสร้างสถานี พบว่าอาณัติสัญญาณเป็นปกติ และโครงการสถานีมีความแข็งแรง มีแต่วัสดุที่มีมวลเบาเท่านั้น ที่ตกหล่น โดยเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเดินรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูนั้น ยังคงต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบอีกครั้ง และจะมีการทดลองเดินรถก่อนที่จะเปิดให้บริการต่อไป
ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจความเรียบร้อยรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน ( MRT ) นายกรัฐมนตรี พร้อมรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงการใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินของประชาชนในแต่ละวันมีจำนวนมากน้อยเพียงใด ระหว่างการเดินทาง นายกรัฐมนตรี ได้มีการแวะทักทายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินถึงสถานการณ์แผ่นดินที่เกิดขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยว ได้ตอบนายกรัฐมนตรีตอบว่า ทุกอย่างโอเค รู้สึกถึงการสั่นไหวนิดหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติในหลายประเทศก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้มีความคุ้นชินกับแผ่นดินไหว และเมื่อสถานการณ์หยุดก็ใช้ชีวิตปกติ พร้อมกล่าวว่าชื่นชอบกรุงเทพฯ และใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นปกติ เพราะมีความสะดวก
นายกรัฐมนตรี กล่าวให้ความมั่นใจว่า จากการตรวจสอบ ขอให้ประชาชนมั่นใจถึงความปลอดภัยได้ 100 % รัฐบาลคำนึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก หากไม่มีความปลอดภัย ไม่นำชีวิตประชาชนมาเสี่ยง เพราะชีวิตขอบประชาชนสำคัญที่สุด ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู คาดว่าจะกลับมาเปิดใช้บริการได้ในวันพรุ่งนี้ (30 มีนาคม 2568)
สำหรับมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว นายกรัฐมนตรีระบุว่า มีมาตรการเตรียมไว้แล้ว พร้อมประกาศใช้ แต่จะมีการพิจารณาทบทวนอย่างเหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
ส่วนในประเด็นในเรื่องของการตรวจสอบโครงสร้างตึก สตง.ที่เป็นประเด็นในการตั้งข้อสังเกตว่าในหลายพื้นที่ก็มีการก่อสร้างแต่มีเพียงแค่ตึก สตง. เพียงจุดเดียวที่เกิดการถล่มลงมา นั้น
“ ในส่วนดังกล่าว ตนเองมีข้อสงสัยเช่นกัน เพราะว่าเป็นเพียงแค่ตึกเดียว เพราะฉะนั้นเป็นที่แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าว ไม่มีทางปล่อยผ่านอย่างแน่นอน ต้องมีการติดตามสาเหตุเป็นเพราะอะไร โดยให้ผู้ที่มีความรู้ เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง ตั้งคณะกรรมการและตรวจสอบ ซึ่งจะใช้เวลาภายใน 1 อาทิตย์กลับมารายงาน ในส่วนนี้ได้ให้ timeline และสั่งการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้สั่งการคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญ ให้ comment และตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะเหตุอะไร แบบที่ก่อสร้างถูกอนุมัติผ่านได้โดยใคร ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้สอบถามแล้วว่า ในการก่อสร้างตึกดังกล่าว วิธีการเช่นนี้มีเพียงตึกเดียวในประเทศหรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ จะต้องติดตามและตรวจสอบอย่างแน่นอน“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
นาย วิทยา ยาม่วง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม 1356 กระทรวงคมนาคมได้รายงานสถานการณ์เวลา 13.00 น. ดังนี้
ทางถนน : ทุกเส้นทางถนนและสะพานเปิดให้บริการตามปกติ ยกเว้น ทางขึ้น-ลงทางด่วนดินแดง ยังคงปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากอยู่ระหว่างการนำเครนออกจากตึกอาคาร หากมีการเปิดให้บริการตามปกติจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ระบบราง : ระบบราง BTS MRT และ Airport link เส้นทางต่าง ๆ เปิดให้บริการเป็นปกติ ยกเว้นรถไฟฟ้าสายนัคราพิพัฒน์และรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้นยังคงปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 29 มี.ค. 2568 เพื่อทำการตรวจสอบ ชุด Bogie , ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อนที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดและรางจ่ายกระแสไฟฟ้าบริเวณคานทางวิ่งด้านนอก และจะประเมินความพร้อมอีกครั้งก่อนให้บริการเช้าวันอาทิตย์ที่ 30 มี.ค 2568
ทางน้ำ : เปิดให้บริการเป็นปกติ
ทางอากาศ : เปิดให้บริการเป็นปกติ
ในความเสียหายอื่น ๆ ทั่วประเทศอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย ถ้าตรวจพบจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป
นายกฯแถลงยืนยันดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
เวลา 10.45 น. ณ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและมาตรการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ว่า วันนี้มาประชุมและติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (28 มี.ค. 68) เวลาประมาณ 13:30 น. หลังจากเกิดเหตุ รัฐบาลได้มีการสั่งการและดำเนินการช่วยเหลือทันที โดยวันนี้ได้สรุปผลการดำเนินงาน รวมถึงแนวทางการแก้ไขและปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา และส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีรายงานว่า ตึกที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่ม 1 แห่ง แต่อาคารอื่นๆ ในกรุงเทพมหานครไม่ได้รับผลกระทบในระดับที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งนี้ โครงสร้างอาคารในกรุงเทพมหานครได้ถูกออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือนตามมาตรฐานที่กำหนด ขณะนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังตรวจสอบ สาเหตุของการถล่มของอาคารดังกล่าว และจะรายงานผลภายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังทำให้ประชาชนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มี Aftershock เกิดขึ้นประมาณ 50 ครั้ง แต่มีขนาดเล็กและลดลง โดยครั้งสุดท้ายที่มีการวัดแรงสั่นสะเทือนได้คือช่วง เที่ยงคืนของเมื่อวาน ที่ขนาด 1.2 ริกเตอร์ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อประชาชน
“รัฐบาลขอยืนยันว่า จะดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กำลังดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง” นายกรัฐมนตรีย้ำ
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ทำงานอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือบริเวณอาคารถล่ม ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการและมาตรการช่วยเหลือต่อไป รวมถึงการจัดการพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยขณะนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว สำหรับผู้ที่พักอาศัยในตึกสูง ขอให้รอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อาคารก่อนกลับเข้าไป สำหรับ ที่พักอาศัยทั่วไป ขณะนี้สามารถกลับเข้าไปได้ตามปกติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ยังรู้สึกไม่มั่นใจ ซึ่งทางกรุงเทพมหานครจะเปิด สวนสาธารณะ 5 แห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการปรับปรุงการแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่าน SMS และช่องทางอื่นๆ เพื่อให้ข้อมูลถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง สำหรับมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รายละเอียดจะมีการประกาศเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
นายกให้เวลา1สัปดาห์ทุกอย่างต้องชัดเจนยืนยันช่วยผู้ได้รับผลกระทบอย่างดีและเร็วที่สุด
เวลา 09.30 น. ณ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขตดุสิต กรุงเทพฯ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ ผลกระทบ และการแก้ไขปัญหาภัยจากแผ่นดินไหว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารส่วนราชการ และผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุม
ทันทีที่เริ่มการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เมื่อเกิดแผ่นดินไหวแล้ว แต่ละหน่วยงานได้ทำอะไรบ้าง ซึ่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. แจ้งว่า เมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ก็ได้ส่งข้อความให้ กสทช. แจ้งเตือนประชาชนทันที 4 ครั้ง เริ่มตั้งแต่เวลา 14.42 น. ซึ่งกสทช. ก็รับแจ้งต่อทันทีในเวลา 14.44 น. ในพื้นที่ 4 จังหวัด กทม.และปริมณฑล แต่ยอมรับว่า การส่ง SMS มีความล่าช้า เนื่องจากระบบมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนในการส่งข้อความ ที่สามารถทยอยส่งได้คราวละ 1-2 แสนรายเท่านั้น และจะแจ้งได้เมื่อได้รับข้อความจาก ปภ.
นายกรัฐมนตรี ได้ท้วงติงว่า การแจ้งเตือนประชาชนยังมีความล่าช้า ซึ่งตนเองได้สั่งการทันทีภายหลังทราบสถานการณ์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. แต่ระบบไม่มีการแจ้งเตือนไปยังประชาชน รวมถึงข้อบกพร่องในการประสานงานกับค่ายมือถือต่าง ๆ ก็ล่าช้า ตลอดจนข้อความที่แจ้งเตือนประชาชนก็ไม่มีประโยชน์มากนัก ข้อความที่สื่อสารออกไปเกิดประโยชน์น้อยมากต่อประชาชน ไม่ตรงตามความต้องการ
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยอมรับว่าตนเองผิดเอง ที่ไม่ได้แจ้งว่าจะต้องแจ้งข้อความอย่างไร ขณะเดียวกันเชื่อว่า เมื่อระบบ Cell Broadcast เริ่มใช้งานได้ ก็จะตอบโจทย์สถานการณ์ภัยพิบัติของไทย โดยได้ขอบคุณรายการโทรทัศน์ทั้งหมด ที่ออกรายการเฉพาะกิจ สามารถทำได้ภายในไม่ถึง 5 นาที หลังจากที่ได้สั่งการ พร้อมกำชับทุกคนให้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องแผ่นดินไหวกับประชาชนให้มากขึ้น ว่าต้องทำตัวอย่างไร เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น
สำหรับ ระบบขนส่งสาธารณะหยุดบริการ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม รายงานว่า ทันทีที่เกิดเหตุนายสุริยะ รอง นรม. และ รมว. คค. ได้แจ้งให้ตั้งศูนย์สั่งการของกระทรวงทันที หลังจากนั้นสั่งการให้ระบบขนส่งมวลชนหยุดบริการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบสถานการณ์โดยทั่วไป ทั้ง ทางอากาศ ราง และน้ำ โดยมุ่งเน้น โครงสร้างยกระดับ อุโมงค์ใต้ดิน ให้วิศวกรเข้าตรวจสอบ ส่วนทางอากาศสั่งปิดทันทีตั้งแต่บ่ายโมงกว่า เช็กโครงสร้างอาคารและรันเวย์ ก่อนกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนโครงสร้างถนนทุกหน่วยได้ตรวจสอบทันที โดยเฉพาะเส้นทางที่สุ่มเสี่ยงคือ สะพานข้ามแม่น้ำ ทางยกระดับของการทางพิเศษฯ พบว่ามีปัญหาจุดเดียวคือบริเวณ ทางขึ้น-ลงเชื่อมระหว่างทางด่วนกับถนนวิภาวดีรังสิต -ดินแดง ที่มีเครนจากบนอาคารเอกชนพังลงมาทับ
นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินอีก รวมทั้งอุบัติเหตุ ขอให้วางแผนเตรียมไว้ เพื่อแจ้งประชาชนว่าเส้นทางไหนปิดหรือมีปัญหา ควรส่ง SMS บอกข้อมูลแจ้งประชาชนได้
จากนั้น ปลัดกระทรวงคมนาคม ยังรายงานว่า ทางราง ทางยกระดับและใต้ดิน ที่ปิดเมื่อวาน ก็เปิดให้บริการหมดแล้วเช้านี้ ยกเว้นสายสีชมพูกับสายสีเหลืองปิดอีก 1 วัน เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ขณะที่ถนนเปิดทั้งหมดแล้ว ยกเว้นทางขึ้นทางด่วนวิภาวดีที่เครนพังลงมา หากพร้อมจะเปิดในบ่ายวันนี้
นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี จากที่ได้ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงปัจจุบันพบว่าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นกว่า 100 ครั้ง และทุกครั้งที่เกิดจะมีความรุนแรงน้อยลง แนวโน้มการเกิดอาฟเตอร์ช็อก จะเลื่อนไปทางทิศเหนือ ทางเทือกเขาหิมาลัยและประเทศจีน จะเกิดห่างจากไทยมากขึ้นกว่าเดิม ยืนยันว่าผลกระทบกับประเทศไทยน้อยลง และหากเกิดแรงสั่นสะเทือนเพียงระดับ 5 ก็จะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน
“ กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่า Aftershock ที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัย เพื่อให้สามารถกระจายข้อมูลได้รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรืออุบัติเหตุขนาดใหญ่” นายกรัฐมนตรี ระบุ
นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกข้อมูลที่ทุกหน่วยงานได้นำเสนอ และให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ รัฐบาลจะช่วยกันหามาตรการที่รัดกุม และแนวทางที่จะป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด โดยได้สั่งการดังนี้
1. ให้กระทรวง DE ปภ. และ กสทช. ให้ ปภ. ที่มีอำนาจหน้าที่ในการเตือนภัยดำเนินการส่งหนังสือ และข้อความ SMS ที่จะ broadcast ไปให้ กสทช. ในทันที (โดยที่ไม่ต้องรอการประชุม หรือคำสั่งการจากนายกรัฐมนตรี) โดยที่ กสทช. ทำงานร่วมกับ operator เพื่อเตรียม capacity ไว้ให้เพียงพอและเพิ่ม capacity ในการส่งข้อความ SMS ในยามฉุกเฉิน และขอให้ ปภ. เร่งพัฒนาระบบ cell broadcast ที่สามารถส่งข้อความฉุกเฉินไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในไทยได้ทันที ภายในเวลา 3 เดือน
2. ให้กรุงเทพมหานคร เร่งดำเนินการค้นหาผู้สูญหาย และเร่งหามาตรการในการควบคุมการออกใบอนุญาตอาคารสูง และการกำหนดมาตรฐาน และตรวจสอบอาคารสูงเพื่อรองรับการเกิดแผ่นดินไหวได้หากปล่อยปละละเลยแล้วสร้างอาคารเสร็จแล้วมีผู้อาศัย แล้วไม่มีคุณภาพจะเกิดปัญหาที่มากกว่าขณะนี้ นอกจากนี้ ขอให้ความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนา ในการตรวจสอบโบราณสถานต่าง ๆ ว่าผลกระทบหรือไม่
3. ให้กระทรวงกลาโหม นอกจากการจัดหายุทโธปกรณ์ในการบริการประชาชน รถ โรงครัว รถขนส่งแล้ว ขอให้หน่วยงานความมั่นคง เตรียมกำลังพล เพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว
4. ให้กระทรวงสาธารณสุข – เตรียมแพทย์สำรอง และเตียงเสริมให้เพียงพอต่อความต้องการที่สำคัญการเยียวยาทางด้านจิตใจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัว
5. ให้กระทรวงมหาดไทย ปภ. ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการแจ้งเตือน ถ้าหากไม่มีแนวทางที่ชัดเจน จะต้องมีการจัดการที่เด็ดขาดต่อไป และนายกรัฐมนตรีจะติดตามเป็นระยะ ๆ
6. ให้กระทรวงคมนาคม ขอให้มีมาตรการที่ชัดเจนในการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน อาคารสูง ขอให้กรมโยธาธิการ สภาวิศวกรรมสถานในการตรวจสอบที่เข้มงวด
7. ให้กระทรวงท่องเที่ยวร่วมมือกับทางสภาวิศวกรรม และกรมโยธาธิการตรวจสอบโรงแรมขนาดสูง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการ และติดตามผลภายใน 1 สัปดาห์ถึงมาตรการที่ชัดเจน
นายกฯขอบทีมแพทย์ทุกหน่วยงานดูแลผู้รับบาดเจ็บ
เวลา 11.30 น. ณ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บว่า ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณารับผู้บาดเจ็บทุกรายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั่วประเทศ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สำหรับโรงพยาบาลวชิระ ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งรายเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน และอีกรายเป็นผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งทั้งสองรายเป็นแรงงานต่างชาติ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง การรองรับเคสผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาล โดยระบุว่า โรงพยาบาลสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงมาที่ชั้นล่างได้อย่างรวดเร็วกว่า 500 คน และเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ผู้ป่วยสามารถกลับเข้ารับการรักษาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีการประสานงานเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุข ให้สื่อสารทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน เน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกัน เช่น มาตรการหนีไฟ เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน