GLOBAL C

'โดรนจีน'เปิดเส้นทางด่วนลำเลียง‘ส้มจีน’ สู่ตลาดโลก



ฉงชิ่ง, 7 ม.ค. (ซินหัว) - จีนนำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนมาใช้ในการลำเลียงส้มที่เพิ่งเก็บเกี่ยวสดใหม่ข้ามเขตภูมิประเทศภูเขาสูงชันในอำเภอเฟิ่งเจี๋ย นครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ 

แม้ว่าสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่นและพื้นที่เพาะปลูกแบบขั้นบันไดของภูมิภาคนี้จะมีความเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเพาะปลูก แต่ในอดีตการขนส่งด้วยแรงงานคนนั้นต้องใช้ระยะเวลานานและมีความเสี่ยงต่ออันตรายสำหรับเกษตรกรในท้องถิ่น

เกษตรกรในพื้นที่รายหนึ่งระบุว่า การใช้โดรนช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแต่เดิมการแบกตะกร้าส้มลงจากภูเขาด้วยเท้าต้องใช้เวลากว่า 30 นาที แต่ในปัจจุบันโดรนสามารถทำหน้าที่นี้ได้ภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ ได้มีการใช้โดรนกว่า 200 ลำในการทำงานเพื่อทลายขีดจำกัดและอุปสรรคของการขนส่งในรูปแบบเดิม

เหออี้ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ท้องถิ่น ระบุว่าการขนส่งที่ใช้โดรนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวได้มากกว่าร้อยละ 50 และลดต้นทุนภาพรวมได้ราวหนึ่งในสามของพื้นที่

ทั้งนี้ อำเภอเฟิ่งเจี๋ยมีพื้นที่เฉพาะปลูกส้มแล้วรวมกว่า 383,000 หมู่ (ราว 159,000 ไร่) คาดว่าในปี 2025 จะมีปริมาณผลผลิตรวมสูงกว่า 500,000 ตัน

ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนเก็บเกี่ยว ผลผลิตส้มจะถูกลำเลียงไปยังศูนย์บรรจุภัณฑ์อย่างรวดเร็วเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและเคลือบไขผิวส้ม มีการจัดสรรเที่ยวบินรายสัปดาห์ เพื่อรักษาความสดใหม่ของผลผลิตสำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งจากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวันให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง

นอกจากนี้ ระบบโลจิสติกส์ระยะไกลยังได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านรูปแบบการขนส่ง "จากถนนสู่ทางน้ำ" (Road-to-Water) โดยใช้เรือบรรทุกสินค้าประเภทโร-โร 

รูปแบบการขนส่งดังกล่าว ช่วยให้รถบรรทุกสามารถขับเคลื่อนขึ้นสู่เรือบรรทุกสินค้าได้โดยตรง ซึ่งช่วยลดความเสียหายของผลผลิตระหว่างการขนถ่าย และช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลงได้ราวร้อยละ 20รับประกันการส่งมอบผลผลิตโดยตรงสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตในเขตเมืองและตลาดสด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับผลผลิตที่มีคุณภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อำเภอเฟิ่งเจี๋ยยังได้นำระบบการจำหน่ายแบบ "คลาวด์" (Cloud-based sales) และการไลฟ์สตรีมมิง (Live-streaming) มาปรับใช้ โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและผู้มีความเชี่ยวชาญได้ร่วมกันจัดตั้งทีมงานเพื่อประชาสัมพันธ์ส้มรสเลิศแห่งลุ่มน้ำแยงซีสู่ผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ ทีมงานยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่เกษตรกร เพื่อฝึกฝนทักษะการเปิดบัญชีผู้ใช้งานและสร้างศักยภาพในการถ่ายทอดสดจำหน่ายสินค้าด้วยตนเอง

เกษตรกรท้องถิ่นรายหนึ่งกล่าวว่า ตนสามารถจำหน่ายส้มผ่านการไลฟ์สตรีมมิงได้มากถึง 500 กิโลกรัมต่อวัน และยังได้รับราคาที่สูงกว่าการจำหน่ายในรูปแบบเดิม นอกจากนี้ อินฟลูเอนเซอร์บางรายยังได้ใช้ทัศนียภาพอันงดงามของพื้นที่บริเวณโกรกธารสามผา (Three Gorges) เป็นฉากหลังในการดึงดูดกลุ่มแฟนคลับ ซึ่งช่วยให้เขาสามารถจำหน่ายส้มสะดือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้หลายร้อยตันต่อปี

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/551681_20260107 , https://en.imsilkroad.com/p/349075.html)