THAILAND

เรือนจำศรีสะเกษปิดโครงการพระราชทาน 'โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง'



ศรีสะเกษ-เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ จัดพิธีปิดการอบรมโครงการพระราชทาน “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 พร้อมปล่อยตัวผู้ต้องขัง 100 คนคืนคนดีสู่สังคมตามแนวพระราชดำริ

 เมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ตามโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 8/1 โดยมี นายอรรธสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสุทัศน์ วิเชยละ ยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษ นางสาวศิริจันทร์ ไกยสิทธิ์ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ เจ้าหน้าที่ วิทยากร และผู้เข้ารับการอบรม ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ในพิธี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ครูพาทำ วิทยากร และผู้เข้ารับการอบรม ร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นเวลา 1 นาที จากนั้น ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานโครงการ พร้อมเบิกตัวผู้ผ่านการอบรมเข้ารับประกาศนียบัตร และประกอบพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัย โทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569

นายอรรธสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 มีผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเข้าร่วมจำนวน 100 คน แบ่งเป็นชาย 84 คน และหญิง 16 คน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดระยะเวลา 15 วัน ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนทัศนคติ การออกแบบพื้นที่เกษตรขนาดเล็ก การทำ “โคก หนอง นา” การวางแผนปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตลอดจนการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้หลังพ้นโทษ

ผลการฝึกอบรมพบว่า ผู้ต้องขังทั้ง 100 คน ผ่านการอบรมครบตามหลักสูตร ได้รับความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สามารถนำไปต่อยอดในการดำรงชีวิต สืบสานและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการกลับตัวเป็นพลเมืองดี ลดการกระทำผิดซ้ำ และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ครอบครัวและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้กล่าวให้โอวาทและให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรมทุกคน ให้ยึดมั่นในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ความรู้ที่ได้รับเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิต เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีคุณค่าและกลับคืนสู่สังคมในฐานะพลเมืองที่ดีต่อไป

ทั้งนี้ เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งผู้พ้นโทษทุกคนกลับคืนสู่ครอบครัว เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ภายนอกได้อย่างปกติสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เรามุ่งหวังว่าทุกคนจะนำความรู้ ทักษะอาชีพ และการพัฒนาจิตใจที่ได้รับจากการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างสุจริต และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะ “ไม่มีโอกาสได้ต้อนรับ” ท่านกลับเข้าสู่สถานที่แห่งนี้อีก สิ่งสำคัญที่สุดคือ โอกาสจากสังคม เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ขอความร่วมมือขอโอกาสจากพี่น้องประชาชน หน่วยงาน สถานประกอบการ และชุมชน ร่วมเปิดใจให้โอกาส ยอมรับ และให้ที่ยืนแก่ผู้พ้นโทษกลุ่มนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถประกอบอาชีพสุจริต เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ โดยไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก….ขอให้ทุกคนก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง 

ลักขณา กงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ศรีสะเกษ / รายงาน