GLOBAL C

‘จิบกาแฟยามเช้า-ดื่มคราฟต์เบียร์ยามค่ำ’ เทรนด์ใหม่เที่ยวเมือง‘กุ้ยหยาง’ 



กุ้ยหยาง, 7 ม.ค. (ซินหัว) - ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ บรรดาคนรุ่นใหม่ในเมืองกุ้ยหยาง เมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ต่างนิยมใช้ชีวิตตามวิถี “กาแฟยามกลางวัน สังสรรค์สุรายามค่ำคืน” (Coffee by Day, Beer by Night) วัฒนธรรมนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สร้างสีสันให้กับบรรยากาศวันหยุดของเมือง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจการบริโภค โดยร้านกาแฟท้องถิ่นอย่างร้าน "กัปตัน จอร์จ" (Captain George) มีลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าตรู่

เหล่านักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากกรุงปักกิ่งต่างประทับใจในคุณภาพที่เหนือระดับของวงการกาแฟในกุ้ยหยาง ผู้ก่อตั้งคาเฟ่แห่งหนึ่งของกุ้ยหยางยังได้รับรางวัลการแข่งขันดริปกาแฟชิงแชมป์โลก (World Brewers Cup) ประจำปี 2025 อีกทั้งร้านกาแฟต่างๆ ยังมีการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับวัตถุดิบพื้นเมือง อาทิ ผลกุหลาบป่า (Roxburgh Rose) และผักคาวตอง ซึ่งได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูง

แม้ว่ากุ้ยหยางจะไม่ได้ผลิตเมล็ดกาแฟเอง ทว่ากลับมีคาเฟ่มากกว่า 3,000 แห่ง และมีบุคลากรดีกรีแชมป์ระดับประเทศและระดับสากลทั้งด้านการคั่วและการชงกาแฟมากกว่า 10 ราย ขณะที่ในยามค่ำคืน ความคึกคักจะย้ายไปยังแหล่งรวมคราฟต์เบียร์อย่างถนนไท่ผิง ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เสาะแสวงหารสชาติท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์

สาขาต่างๆ ของ "ทริปสมิธ" (TripSmith) แบรนด์ท้องถิ่นซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 เนืองแน่นไปด้วยลูกค้าจนถึงช่วงเช้ามืดของวันปีใหม่ โดยเฉพาะในคืนส่งท้ายปีเก่า มีสาขาหนึ่งที่ให้บริการลูกค้าเกือบ 800 ราย โดยยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 60-80 หยวน (ราว 270-360 บาท)

สถานบันเทิงเหล่านี้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการเข้าสังคมและการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ โดยกลุ่มผู้ชื่นชอบต่างให้ความเห็นว่า รสชาติที่มีเอกลักษณ์ของเบียร์ได้จุดประกายบทสนทนาที่มีชีวิตชีวา สถานประกอบการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพลิกโฉมถนนสายประวัติศาสตร์และย่านที่เคยถูกละเลยให้กลับมาครึกครื้น แต่ยังกลายเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและการใช้จ่ายของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่อีกด้วย

ปัจจุบัน มีร้านคราฟต์เบียร์ในกุ้ยหยางมากกว่า 1,200 แห่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความหนาแน่นของร้านประเภทนี้สูงที่สุดในจีน โดยแบรนด์ทริปสมิธมีสาขาเปิดให้บริการในท้องถิ่นแล้ว 9 แห่ง และขยายธุรกิจไปยังเมืองต่างๆ ทั่วจีนมากกว่า 200 เมือง นอกจากนี้ คุณภาพของแบรนด์ยังการันตีด้วยรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขัน บรัสเซลส์ เบียร์ ชาเลนจ์ (Brussels Beer Challenge) ประจำปี 2025 จากผลงานเบียร์เปรี้ยว (Sour Beer) ที่ใช้ผลไม้ท้องถิ่นเป็นส่วนผสม

เทศกาลคราฟต์เบียร์เนื่องในโอกาสวันชาติเมื่อปี 2025 ที่กุ้ยหยาง ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานกว่า 150,000 คน สร้างรายได้โดยตรงถึง 1.5 ล้านหยวน (ราว 6.7 ล้านบาท) และช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจร้านอาหารและค้าปลีกในท้องถิ่นให้เติบโตขึ้นร้อยละ 20 โดยในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน ปี 2025 ภาคอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของเมืองสามารถทำรายได้รวม 667 ล้านหยวน (ราว 2.98 ล้านบาท) เติบโตร้อยละ 52.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า โรงเบียร์และคาเฟ่เหล่านี้ได้กลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างวิถีชีวิตทางสังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการบริโภคในเมือง และเสริมสร้างเสน่ห์ความทันสมัยให้แก่เมืองกุ้ยหยาง ทั้งยังเป็นตัวกลางที่เชื่อมต่อย่านชุมชนเก่าแก่เข้ากับกระแสนิยมของวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/551693_20260107 , https://en.imsilkroad.com/p/349073.html)

ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานชงกาแฟในคาเฟ่แห่งหนึ่งของเมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 23 มิ.ย. 2025)