POLITICS
บรรยากาศผู้สมัครสส.พรรคปชน.หน้าใหม่ หาเสียงชูนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต
มหาสารคาม -บรรยากาศผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนหน้าใหม่ หลานชาย อดีต รมต.และ สส. 7 สมัย
จ.มหาสารคามมี 13 อำเภอ 133 ตำบล 1,944 หมู่บ้าน แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 6 เขต โดย กกต.จ.มหาสารคาม ตั้งเป้ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 80 และคาดว่าจะมีบัตรเสียไม่เกินร้อยละ 2 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้ มีผู้สมัครลงรับเลือกตั้งจากพรรคใหญ่ หลายพรรค คือ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน ซึ่งแต่ละพรรคหรือแต่ละคนที่ต้องทุ่มเทลงพื้นแบบไม่ได้พักกันเลย เพื่อชิงเก้าอี้ สส. ซึ่งแต่ละพรรคก็หวังจะกวาดเก้าอี้ ไปทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง จับตาดูกันว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ชาวมหาสารคาม จะเลือก สส.ตามกระแสพรรค หรือตัวบุคคล เพื่อมาพัฒนาบ้านเมือง
เขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย อ.บรบือ (ยกเว้น ต.หนองม่วง ต.ยาง ต.บัวมาศ) อ.นาเชือก นายวัชนะ ชัยรุ่งเรือง เบอร์ 2 พรรคประชาชน ผู้สมัครหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ เพื่อหวังพัฒนาบ้านเมือง ลูกหลาน อดีตนักการเมือง หลายสมัย ท้าชิงนายสรรพภัญญู ศิริไปล์ เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย อดีต สส.หลายสมัย
ที่ตลาดนัดบรบือ อ. บรบือ จ.มหาสารคาม นายวันชนะ ชัยรุ่งเรือง ผู้สมัคร สส.เบอร์ 2 เขต 4 ซึ่งเป็นทายาท อดีต สส. ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หลายสมัย พร้อมทีมงานได้ออกขอคะแนนเสียง จากแม่ค้าพ่อค้า บางคนก็ทักว่า เคยเป็นตั้งแต่เด็กๆและได้มีการพูดคุย รับทราบปัญหาจากชาวบ้าน และมีการแนะนำตัว แจกแผ่นพับขอคะแนน เพื่อขอโอกาสเข้าไปทำงาน แก้ไขปัญหาที่เรื้อรัง และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกหลานบ้านเรา พร้อมให้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเพื่อได้ สส.เพื่อที่จะได้มาพัฒนาบ้านตนเอง โดยการมีการใช้เครื่องขยายเสียงประกาศนโยบายให้พ่อค้าแม่ค้าได้ทราบ เพื่อจัดการปัญหาพาประเทศไทยไปข้างหน้า เช่น นโยบายพรรคโดยสรุปนโยบาย "มีกิน มีอนาคต" จากพรรคประชาชน มี 4 ด้าน ที่จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ 1. แจกคูปองช่วยทุน (ไม่ต้องกู้) 2. แก้หนี้ให้จบ 3. เปลี่ยนที่ดินเป็นโฉนด 4. ประกันราคาข้าว ซึ่ง อ.บรบือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเกษตรกรร้อยละ90 ที่ปลูกมันแกวขายพร้อม มาผลักดันมันแกวเป็นพืชเศรษฐกิจไประดับโลก

นายวันชนะ ชัยรุ่งเรือง ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่ผมตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาชน เพราะตนเองมองว่านโยบายและอุดมการณ์ของพรรคสอดคล้องกับความคิดของตนเองมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอนาเชือกและอำเภอบรบือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผมทำงานใกล้ชิดมาตลอด ซึ่งตนเองไม่ถือว่าตัวเองเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เพราะตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บข้อมูล รับฟังปัญหา และทำความเข้าใจกับชีวิตจริงของพี่น้องประชาชนในเขตนี้ ก่อนหน้านี้ได้อยู่กับพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่ปี 2561 ต่อเนื่องมาถึงพรรคก้าวไกล และมาถึงพรรคประชาชนในวันนี้ ซึ่งได้ทำงานกับพรรคมาโดยตลอด ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นในช่วงเลือกตั้ง ปัญหาที่พบในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน ชาวบ้านจำนวนมากยังไม่เข้าใจเรื่องสิทธิและสวัสดิการที่ควรได้รับ พี่น้องกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นเกษตรกร ต้องเผชิญปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิต เรื่องราคาข้าว และปัญหาด้านปากท้องในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้คือโจทย์ใหญ่ที่อยากเข้าไปผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม พรรคประชาชนของเรามีนโยบายที่ดูแลประชาชนตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึงบั้นปลายชีวิต ตั้งแต่เงินสนับสนุนหญิงตั้งครรภ์ 300 บาทต่อเดือน เด็กอายุ 0–6 ปี สนับสนุน 600 บาท และมีแผนจะเพิ่มเป็น 1,000 บาทในอนาคต นี่คือการดูแลชีวิตคนตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ผมเลือกพรรคประชาชน และเป็นเหตุผลที่อยากขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนในนาเชือกและบรบือ ให้ตนเองได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนพี่น้อง
ตนเองเป็นหลานชายของอดีต รมต.และ ส.ส. 7 สมัย ซึ่งท่านก็เป็นนักการเมืองที่พี่น้องในพื้นที่รู้จักกันดี แต่ปัจจุบันได้เสียชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่ผมเป็นลูกหลานนักการเมือง ไม่ได้ทำให้ผมได้เปรียบใคร กระบวนการคัดสรรผู้สมัครของพรรคประชาชน ทุกคนต้องเริ่มต้นจากจุดเดียวกันหมด ต้องผ่านการทำงานพื้นที่ ผ่านการอบรม ผ่านการประเมินอย่างเป็นระบบ การมีนามสกุลดังหรือเป็นทายาททางการเมือง ไม่ได้เป็นใบเบิกทางให้ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองได้ง่าย ๆ สิ่งเดียวที่จะทำให้ผมยืนอยู่ตรงนี้ได้ คือผลงาน ความตั้งใจ และการทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนอย่างจริงใจเท่านั้น
พิเชษฐ ยากรี - มหาสารคาม
