POLITICS
กมธ.การทหารลงพื้นที่ความมั่นคงเชิงมิติ ทางสังคมในพื้นที่จังหวัดสงขลา
-สงขลา-พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกและเลขานุการคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงมิติสังคมและบทบาทวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจและเป็นแหล่งบ่มเพาะคุณธรรมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ณ วัดนาทวี จังหวัดสงขลา
ในการนี้ พระครูสุวัฒนาภรณ์ (สุภัตร อริโย) เจ้าอาวาสวัดนาทวี ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง จากนั้น พระครูสุวัฒนาภรณ์ (สุภัตร อริโย) เจ้าอาวาสวัดนาทวี ได้นำ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง เข้านมัสการพระพุทธรูปในวัดนาทวีที่ตั้งในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลากับพื้นที่ ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบและส่งผลให้อำเภอนาทวีทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่รองรับการปฏิบัติการด้านความมั่นคงและเป็นพื้นที่กันชนระหว่างศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลากับพื้นที่ความขัดแย้ง จชต. ซึ่งความสำคัญดังกล่าวทำให้อำเภอนาทวีอยู่ในขอบเขตการรักษาความมั่นคงทางพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางศาสนาและอัตลักษณ์ในบริบทพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองและวัฒนธรรมร่วมกันกับ 3 จชต. ด้วย
ต่อจากนั้น พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง ร่วมกับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เดินทางไปสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแก่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและท่อร้อยสายไฟทั้งระบบแรงสูงและแรงต่ำ ณ เทศบาลเทศบาลนครหาดใหญ่
ในการนี้ นางสาววิริยา วิปุลากร รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง จากนั้น นางสาววิริยา วิปุลากร รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้นำ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมการ และคณะเดินทาง รับมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและท่อร้อย สายไฟทั้งระบบแรงสูงและแรงต่ำ รวมมูลค่ากว่า 1,034,024.10 บาท เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ประสบปัญหาและมีความเปราะบางเชิงโครงสร้าง การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของคณะกรรมาธิการการทหารฯ ในมิติความมั่นคงแบบองค์รวม ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะมิติทางทหาร หากแต่ครอบคลุมถึงความมั่นคงของประชาชน ความมั่นคงด้านพลังงาน และความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่อ่อนไหวด้านความมั่นคง ความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรม ยังสะท้อนแนวคิดการบูรณาการองค์ความรู้ทางเทคนิคกับกลไกด้านนโยบายและการกำกับดูแลของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงมีความยั่งยืน ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐในระยะยาว โดยกิจกรรมดังกล่าวสามารถมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้าง “ความมั่นคงจากฐานราก” เพื่อให้การรักษาความมั่นคงของรัฐสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ความต้องการของประชาชน และการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
