LIFE & STYLE

วธ.จัดFaith Soul Thailand4เส้นทาง นำร่อง'ตำนานอุรังคธาตุ3จังหวัดในอีสาน



กรุงเทพฯ-กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการภาคีเครือข่าย รุกขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจวัฒนธรรม จัดกิจกรรม Faith Soul Thailand 4 เส้นทาง นำร่องเปิดทดสอบเส้นทางแรก “ตำนานอุรังคธาตุ” ณ จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร และนครพนม ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้มีอิทธิพลทางสื่อ (Influencer) และสื่อมวลชน เปิดประสบการณ์ ทดสอบเส้นทางตำนานอุรังคธาตุ ณ จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร และนครพนม กิจกรรม Faith Soul Thailand ภายใต้โครงการส่งเสริมวัฒนธรรมความสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ระหว่างวันที่ 23 – 25 มกราคม 2569 โดยมีนางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร วัฒนธรรมจังหวัด สื่อมวลชน อาทิ TERO NEWS, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, เพจอีจัน ศิลปิน นักแสดง และอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง อย่าง เก่ง ธชย แจ็ค แฟนฉัน ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่เพื่อร่วมเปิดประสบการณ์และทดสอบการเดินทางในเส้นทางท่องเที่ยวที่ผ่านการพัฒนาตามแผนการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่สากล

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะลงพื้นที่ได้สัมผัสความพิเศษของเส้นทาง “ตำนานอุรังคธาตุ” ผ่านกิจกรรมและสถานที่ที่ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง เริ่มต้นที่ จังหวัดสกลนคร ด้วยการกราบนมัสการวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร พระธาตุนารายณ์เจงเวง ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง และเยี่ยมชมวัดป่าสุทธาวาส สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และพระพุทธศาสนา พร้อมทำกิจกรรมเวิร์กช็อปการย้อมผ้าครามธรรมชาติ ณ เฮือนนางคราม ก่อนมุ่งหน้าสู่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเยี่ยมชมวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ สักการะรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ และชมพญาศรีมุกดา รวมถึงเยี่ยมชมวัดมโนภิรมย์ สถาปัตยกรรมแบบล้านช้างที่ผสานศิลปะญวนอย่างวิจิตร พร้อมสักการะพระงาช้างและพระพุทธรูปปางนาคปรกโบราณ พร้อมรับขวัญด้วยการแสดงรำบายศรีอันแสนอบอุ่น และเสริมสิริมงคล ณ พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช พญานาคดินที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์

เมื่อเข้าสู่ จังหวัดนครพนม คณะได้เข้าร่วมพิธีบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คศักดิ์สิทธิ์ริมฝั่งโขง และซึมซับบรรยากาศอดีต ณ พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัด (หลังเก่า) อาคารสไตล์โคโลเนียลที่งดงามด้วยกาลเวลา ก่อนจะเดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทกวนบ้านนาถ่อน ชมสาธิตการตีเหล็กโบราณ การทอผ้า การทำสปาเกลือ งานจักสานไม้ไผ่ และลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นรสจัดจ้านที่จัดจานอย่างทันสมัยน่ารับประทาน ปิดท้ายเส้นทางตามรอยอุรังคธาตุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางศรัทธาแห่งอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ด้วยการเดินทางมาบรรจบปลายทางสูงสุด ณ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร ศูนย์กลางศรัทธาที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ โดยคณะได้ร่วมกิจกรรมห่มผ้าพระธาตุ เวียนเทียน และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูร และตำหนักพญานาค ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจและพลังศรัทธาอย่างสูงสุด

การจัดโครงการครั้งนี้ จึงนับเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เปลี่ยนบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมสู่ “กระทรวงเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการจำหน่ายอย่างแท้จริง เน้นการแก้ปัญหาที่พบจริงจากการทดสอบเส้นทาง เช่น การยกระดับการเล่าเรื่องของชุมชนให้มีเสน่ห์ การพัฒนากิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนให้มีความร่วมสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y-Z และกลุ่มสายมูวัยทำงาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ยั่งยืนกลับคืนสู่เศรษฐกิจฐานราก

สำหรับภาพรวมการเดินทางตลอดทริป ได้ออกแบบเส้นทางและกิจกรรมโดยยึดโยงตามลำดับเรื่องราวของตำนานอุรังคธาตุ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยในวันที่ 23 มกราคม เน้นการศึกษาศึกษาจุดกำเนิดและรากฐานของเส้นทางตำนานอุรังคธาตุ ควบคู่การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผ้าคราม ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่ จังหวัดสกลนคร วันที่ 24 มกราคม เดินทางสู่มุกดาหารและนครพนมเพื่อสัมผัสงานพุทธศิลป์และพิธีกรรมบวงสรวง และในวันที่ 25 มกราคม ปิดท้ายด้วยการศึกษาวิถีชุมชนไทกวนซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ก่อนเดินทางสู่จุดหมายปลายทางสูงสุดของเส้นทาง ณ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร ศูนย์กลางศรัทธาแห่งอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ โดยข้อมูลจากการถอดบทเรียนการลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางตำนานอุรังคธาตุทั้งหมดจะถูกนำไปพัฒนาคุณภาพของเส้นทางท่องเที่ยวให้สมบูรณ์และได้มาตรฐาน ก่อนที่จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการต่อไป