OPINION
อัสดงแห่งศรัทธา: เมื่อทองคำไม่ใช่สรณะ ในสมการโลกใหม่ โดย: ฟอนต์ สีดำ
ท่ามกลางกระแสธารแห่งความผันผวนของโลกปัจจุบัน มนุษยชาติมักแสวงหา "ศรัทธา" ที่จับต้องได้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวในยามวิกฤต "ทองคำ" จึงถูกสถาปนาให้เป็น 'Safe Heaven' หรือสรณะสุดท้ายที่ไม่มีวันเสื่อมสลายมานานนับพันปี ทว่าในห้วงยามที่ราคาทองคำทะยานสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งทะลุหลัก 5,000 เหรียญต่อออนซ์ กลับมีเสียงเตือนที่แหลมคมดั่งศรไซเรนดังขึ้นท่ามกลางความปีติของเหล่านักลงทุน เสียงนั้นประกาศก้องว่า... ยุคสมัยของทองคำกำลังจะถึงกาลอัสดง
1: มายาคติแห่งความมั่นคง
เราถูกปลูกฝังความเชื่อที่ว่า ทองคำคือสินทรัพย์แห่งความมั่นคงที่สามารถติดตัวไปได้ทุกที่แม้ในยามสงคราม ที่ดินอาจถูกยึดครอง แต่ทองคำในห่อผ้ายังคงมีค่าเสมอ ทว่าคุณพิชัย จาวลา ได้กระเทาะเปลือกความเชื่อนี้ด้วยมุมมองที่สั่นสะเทือนรากฐานเดิมว่า สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นเพียง "โค้งสุดท้าย" ของประวัติศาสตร์ทองคำ ในโลกที่กำลังหมุนเข้าสู่ "สมการโลกใหม่" ทองคำไม่ได้ถูกมองในฐานะอัญมณีล้ำค่าอีกต่อไป แต่มันกำลังถูกลดทอนคุณค่าให้เหลือเพียง "หินสีเหลือง" ที่อาจถูกทำซ้ำได้ด้วยเทคโนโลยี
วิกฤตการณ์ก่อนฟองสบู่แตกทุกครั้งมักมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน คือความเชื่อมั่นที่ล้นเกินจนมองข้ามความจริงพื้นฐาน คุณพิชัยชี้ให้เห็นว่าในทุกวิกฤตเศรษฐกิจ คนที่พ่ายแพ้มักไม่ใช่คนโง่ แต่คือคนเก่งและนักการเงินที่คิดซับซ้อนจนเกินไป (Over-complicated) เพราะในขณะที่พวกเขากำลังวิเคราะห์เชิงลึก พวกเขากลับสูญเสียการเชื่อมต่อกับ "ความเป็นจริงที่เรียบง่าย" ไปเสียสิ้น
2: ควอนตัมคอมพิวเตอร์ และจุดสิ้นสุดของความขาดแคลน
แกนกลางของมูลค่าทองคำคือ "ความขาดแคลน" (Scarcity) แต่หากวันหนึ่งมนุษย์สามารถเข้าถึงพลังอำนาจที่เทียบเคียงพระเจ้าผ่าน 'Quantum Computing' ความขาดแคลนนั้นจะมลายหายไป ในอนาคตอีก 20-50 ปีข้างหน้า เมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาจนถึงขีดสุด ทองคำจะถูก "ทำซ้ำ" (Replicate) ได้ในห้องปฏิบัติการอย่างไม่จำกัด เมื่อนั้นเองที่มูลค่าของมันจะพังทลายลง เพราะอะไรก็ตามที่ทำซ้ำได้ย่อมสูญเสียคุณค่าในเชิงสินทรัพย์เก็บรักษาความมั่งคั่ง

นี่คือจุดเปลี่ยนผ่านที่น่าสะพรึงกลัว ยุคสมัยของ AGI (Artificial General Intelligence) และมุ่งสู่ ASI (Artificial Super Intelligence) กำลังจะนำพาเราไปสู่จุดที่เรียกว่า 'Singularity' จุดที่ปัญญาประดิษฐ์จะมองมนุษย์ประหนึ่งมดปลวก หากมนุษย์ไม่สามารถ "รวมเป็นหนึ่ง" (Merge) กับ AI ผ่านเทคโนโลยีอย่าง Neuralink ของ Elon Musk มนุษย์อาจกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ความหมายในโลกใหม่ และในโลกที่ทุกอย่างถูกเนรมิตขึ้นได้ด้วยปลายนิ้ว เงินและทองคำอาจกลายเป็นสิ่ง "Irrelevant" หรือไร้ความหมายในระบบเศรษฐกิจ
3: จิตวิทยาของคนส่วนน้อย และทฤษฎีผลประโยชน์
ในการลงทุน "ท่าไม้ตาย" ที่เรียบง่ายที่สุดคือการชนะใจตนเอง คุณพิชัยเน้นย้ำถึง "การเป็นคนส่วนน้อย" ที่ต้องขายในยามที่ใจไม่อยากขายที่สุด และซื้อในยามที่ใจหวาดกลัวที่สุด ปัจจุบันราคาทองคำพุ่งสูงด้วยเหตุปัจจัยระยะสั้น เช่น สงครามและความเสื่อมค่าของดอลลาร์ ทำให้ผู้คนแห่กันเข้าถือครองด้วยความหวังแบบเส้นตรง (Linear thinking) โดยละเลยภาพรวมระยะยาว
ความซับซ้อนของพื้นฐาน (Fundamental) มักนำไปสู่ความหายนะ คุณพิชัยยกย่องแนวคิดของ Warren Buffett ที่ยึดถือความเรียบง่ายในระดับรากฐาน แต่ไปซับซ้อนในเชิงโครงสร้างธุรกิจ (Business Model) สินทรัพย์อย่าง Bitcoin หรือทองคำที่ไม่มีพื้นฐานธุรกิจรองรับ จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกขับเคลื่อนด้วยจิตวิทยาล้วน ๆ และเมื่อความเชื่อมั่นพังทลายลง สินทรัพย์เหล่านี้ก็จะดิ่งลงสู่ก้นบึ้งโดยไม่มีโครงข่ายรองรับ
4: การปรับตัวสู่โลกเสมือนและความเป็นจริงใหม่
ในโลกอนาคตที่มนุษย์สามารถดาวน์โหลดข้อมูลมหาศาลเข้าสู่สมองได้โดยตรงดั่งภาพยนตร์ Matrix ระบบเศรษฐกิจจะถูกรื้อถอนและสร้างใหม่ (Great Reset) การสะสมทองคำเพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลานอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด หากลูกหลานเหล่านั้นต้องอยู่ในโลกที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้โลหะมีค่าในการแลกเปลี่ยนอีกต่อไป

ทางรอดเดียวในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ คือการกลับมาโฟกัสที่ "ศักยภาพที่แท้จริง" ของตนเอง การทำธุรกิจที่เริ่มต้นจากเล็กไปใหญ่ เรียนรู้ให้เร็ว ผิดให้เยอะแต่เสียเงินให้น้อย และที่สำคัญที่สุดคือ "อย่าคิดง่ายและอย่าคิดเร็ว" จนเกินไป ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากโชคลาภในการเก็งกำไรสินทรัพย์ที่ร้อนแรง แต่มาจากการสร้างคุณค่าที่แท้จริงผ่านโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง
บทสรุป: เมื่อทองคำลับฟ้า
ทองคำอาจจะยังคงมีราคาพุ่งสูงขึ้นได้อีกในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่นั่นคือ "การเต้นรำในงานเลี้ยงที่ใกล้จะเลิกรา" เมื่อแสงตะวันแห่งเทคโนโลยีควอนตัมและปัญญาประดิษฐ์สาดส่องลงมา แสงแวววาวของทองคำจะค่อย ๆ หม่นแสงลง จนกลายเป็นเพียงรอยจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นสินทรัพย์ที่เคยนำพามนุษย์ผ่านพ้นยุคสมัยแห่งความไม่แน่นอน
สุดท้ายแล้ว สินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในโลกใหม่ ไม่ใช่หินสีเหลืองหรือตัวเลขในหน้าจอดิจิทัล แต่คือ "สติปัญญา" และ "ความสามารถในการปรับตัว" ให้สอดประสานไปกับวิวัฒนาการของจักรวาลที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
แหล่งอ้างอิง (References):
1. Chawla, P. (2026). The Theory of Interest and the Future of Assets. [Video Interview on Money Chat Thailand].
2. Kurzweil, R. (2005). The Singularity Is Near: When Humans Transcend Biology. Viking Press. (อ้างอิงในส่วนของแนวคิด Singularity และการรวมตัวของมนุษย์กับ AI).
3. Graham, B. (2003). The Intelligent Investor. Harper Business. (อ้างอิงในส่วนของจิตวิทยาการลงทุนและความแตกต่างระหว่างการลงทุนกับการเก็งกำไร).
4.Minsky, M. (1986). The Society of Mind. Simon & Schuster. (อ้างอิงในส่วนของโครงสร้างปัญญาและการพัฒนาของระบบอัจฉริยะ).
5. World Gold Council. (2024). Gold Demand Trends and Global Economic Impact. [Official Report]. (อ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบมุมมองดั้งเดิมของตลาดทองคำโลก).
