LIFE & STYLE
ชู'การออกแบบ'ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในงานBangkok Design Week2026
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันของเมืองใหญ่ “การออกแบบ” ยกระดับบทบาทใหม่ สู่การเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการสร้างแบรนด์เมือง โดยสะท้อนผ่านเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ 2569 หรือ Bangkok Design Week 2026 ซึ่งผนึกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนักสร้างสรรค์กว่า 17 ประเทศ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ทดลอง (Urban Sandbox) ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การตลาดเชิงประสบการณ์ และโมเดลธุรกิจใหม่ ภายใต้แนวคิด “DESIGN S/O/S” ซึ่งตั้งคำถามต่อภาคธุรกิจและเมืองว่าการอยู่รอดในยุคการแข่งขันสูงเช่นนี้ อาจต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากเดิมด้วยการสร้าง คุณค่าใหม่ ผ่านการออกแบบที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเมืองในระยะยาว
เมื่อวัสดุภูมิปัญญาท้องถิ่นผสานเทคโนโลยีดิจิทัลสู่โอกาสใหม่ของงานสถาปัตยกรรมที่ไร้ขีดจำกัด “ส่อง สาย สาน” โดย DuPont™ Tyvek® ร่วมมือกับ School of Architecture and Design มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

หนึ่งในตัวอย่างความร่วมมือเชิงธุรกิจ คือ โครงการ “ส่อง สาย สาน” จาก DuPont™ Tyvek® ซึ่งเข้าร่วมเทศกาล Bangkok Design Week 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยปีนี้ได้นำวัสดุ Tyvek® วัสดุประเภท Non - Woven ผลิตจากโพลีเอทิลีน (HDPE) และด้วยจุดเด่นของวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและทนทานจึงมัก ใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และในทางการแพทย์ เช่น ชุด PPE และด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงต่อยอดสู่การใช้งานด้านสถาปัตยกรรมและงานคราฟต์ร่วมสมัย
คุณแหม่ม - พธินี เลิศศิลป์ ในฐานะ Key Account Manager บริษัท DuPont Performance Specialty Products (Thailand) Limited ได้กล่าวถึงเบื้องหลังความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “โปรเจกต์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Studio Igor Pantic และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
%20Limited.jpg)
ซึ่งปีนี้เรามุ่งขยายภาพลักษณ์ของ Tyvek® จากวัสดุเฉพาะทางในภาคอุตสาหกรรม สู่การเป็นวัสดุทางเลือกในงานสถาปัตยกรรมและงานคราฟต์ไทย โดยสะท้อนบทบาทของการออกแบบในฐานะตัวเร่งนวัตกรรม (Design - driven Innovation) ที่ช่วยขยายขอบเขตการใช้งานของวัสดุอุตสาหกรรม ไปสู่กลุ่มนักออกแบบ สถาปนิก และโครงการระดับนานาชาติ ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่ผสานงานฝีมือเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างลงตัว ซึ่งผลงาน ‘ส่อง สาย สาน’ ได้นำวัสดุจาก Tyvek® ที่ใช้เส้นใย โพลีเอทิลีน (HDPE) คุณภาพสูงที่มีความเหนียว ทนทาน และกันน้ำ มาขึ้นรูปเป็นหลังคา ผสมผสานกับโครงสร้างหวายดัดด้วยไอน้ำ ซึ่งต้องอาศัยทักษะช่างฝีมือควบคู่กับความแม่นยำของเทคโนโลยี Mix Reality อย่างแว่นตา Hololens ที่ไม่เพียงสร้างความแตกต่างให้กับผลงาน แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ในการต่อยอดสู่โครงการระดับสากลในอนาคต”
“ลัดเลาะ ล่องกรุง” แลนด์มาร์กใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กลไกกระตุ้นเศรษฐกิจย่านเมืองเก่า ณ คลองบางลำพู – คลองโอ่งอ่าง” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสำนักงานเขตพระนคร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสำนักงานเขตพระนคร ยกระดับเส้นทางคลองบางลำพู – คลองโอ่งอ่าง เป็นเครื่องมือสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ สำหรับเทศกาลฯ ปีนี้ ได้นำ “การออกแบบ” มาใช้เป็นแกนหลักในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับการเดินทางผ่านเส้นทางคูคลองสายประวัติศาสตร์
คุณเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยแนวคิดการยกระดับการท่องเที่ยวสู่มิติใหม่ว่า “เราใช้ ‘การออกแบบ’ มาเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว ครอบคลุม 2 ย่าน 6 เส้นทาง โดยมุ่งเปลี่ยนการท่องเที่ยวให้เป็นประสบการณ์ที่มีเรื่องราว ผ่านการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ของพื้นที่ซึ่งเป็นรากฐานของกรุงเทพฯ ทั้งประวัติศาสตร์ อาหาร งานช่างฝีมือ และวิถีพหุวัฒนธรรม ผสานกับโครงการพัฒนาคูคลองตามแนวพระราชดำริ ‘สืบสาน รักษา ต่อยอด’ เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตริมน้ำ และต่อยอดสู่การเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

สำหรับโปรแกรมไฮไลต์อย่าง ‘ลัดเลาะ ล่องกรุง’ คือ ต้นแบบการขับเคลื่อนเมืองมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต (Living Heritage) ภายใต้แนวคิด Low Carbon Tourism ผ่านการใช้เรือไฟฟ้า หรือ EV Taxi Boat และการเดินเท้า (Walking Tour) ซึ่งสอดรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับสากล การเข้าร่วมเทศกาลฯ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ให้กลายเป็น ‘Creative District’ แห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”
“Point of Peace: จุดแห่งความสงบ” พื้นที่โอเอซิสเล็ก ๆ ที่ใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือให้คนได้หยุดพัก ท่ามกลางวิกฤตสภาพแวดล้อม ด้วยแนวคิด “Circular Economy” โดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมมือกับ Fall Studio
ในฝั่งภาคเอกชนค้าปลีก เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้นำแนวคิด Circular Economy มาต่อยอดเป็นพื้นที่สาธารณะ “Point of Peace: จุดแห่งความสงบ” ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นโอเอซิสกลางเมือง ผ่านการออกแบบพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนเมืองโดยใช้วัสดุเหลือใช้จากธุรกิจค้าปลีกมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบ
คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ Fall Studio ที่นำวัสดุรีไซเคิลจากโครงการ THE MALL GROUP GO TO ZERO และจากพันธมิตรต่าง ๆ อาทิ ป้ายโฆษณาเก่า ขยะพลาสติก และเศษผ้า มาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่พักผ่อนสาธารณะสำหรับคนเมือง เพื่อสะท้อนบทบาท ‘การออกแบบ’ ในฐานะเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการเข้าร่วม Bangkok Design Week 2026 เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ Green Retail ในการใช้พื้นที่เมืองเป็นสนามทดลองแนวคิดด้านความยั่งยืนพร้อมต่อยอดสู่โมเดลความร่วมมือแบบ Public–Private–People Partnership (PPPP) ที่นำนวัตกรรม Low-carbon Design มาขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต

‘Point of Peace’ จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงพื้นที่พักผ่อน แต่เป็นพื้นที่สื่อสารประเด็นสิ่งแวดล้อมผ่านงานออกแบบ และสะท้อนการขยับบทบาทของแบรนด์ จากการทำกิจกรรม CSR สู่การใช้ การออกแบบเป็น Strategic Asset ที่สร้างคุณค่าให้แบรนด์ควบคู่กับคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายและความยั่งยืนในระยะยาว” ทั้งนี้ต้นไม้ที่ใช้ในการทำ “สวนกลางเมือง” หลังจากจบงานแล้วจะส่งมอบให้กับกรุงเทพมหานครเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองอย่างยั่งยืน
“SELF-SUSTAINING” เทคโนโลยีที่ผสานความครีเอทีฟยกระดับการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจใหม่ โดย บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ TIDMA x FullDome x Mahajak
ขณะที่ภาคเอกชนอย่าง บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) ได้ใช้เวที Bangkok Design Week 2026 ในการนำเสนอการจัดแสดง “SELF - SUSTAINING” พื้นที่สื่อสารบทบาทของเทคโนโลยี ซึ่งถูกวางให้เป็นหัวใจของการสร้างแบรนด์และงานสร้างสรรค์ ผ่านการทำงานร่วมกับศิลปินและนักออกแบบอย่างต่อเนื่อง
คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอปสัน เชื่อว่าการออกแบบและเทคโนโลยีสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนได้ SELF - SUSTAINING จึงถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Co-creation ร่วมกับศิลปินและผู้เชี่ยวชาญสร้างสรรค์ผลงานผ่านโครงสร้างโดม ระบบภาพ และเสียง เพื่อสำรวจความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับระบบนิเวศ แนวทางดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ของ เอปสัน ที่มุ่งสร้าง Brand Meaning มากกว่าการสื่อสารคุณสมบัติสินค้า และตอกย้ำมุมมองว่า เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างแบรนด์และงานศิลป์ที่สามารถเติบโตควบคู่กับศิลปะและความยั่งยืนได้ในระยะยาว เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ จึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการทำงานข้ามอุตสาหกรรม ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และนักสร้างสรรค์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์เมือง และผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น ‘Creative Hub’ ที่เชื่อมโยงเครือข่ายนานาชาติและตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม”
%20%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94.jpg)
เวทีทดลองเศรษฐกิจเมืองก่อนขยายผลเชิงเศรษฐกิจ
กล่าวได้ว่าตัวอย่างความร่วมมือของ Bangkok Design Week 2026 นั้นทำให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงการเติมสีสันให้กับเมืองเพียงเท่านั้น แต่เทศกาลฯ ยังเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ผลักดันให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และนักสร้างสรรค์ ได้ร่วมทดลองโมเดลผลงานเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย รวมถึงวิธีการต่อยอดทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ผ่านการลงมือทำจริง และต่อยอดสู่การลงทุนจริงในอนาคต และในขณะที่ทั่วโลกแข่งขันและวัดกันด้วย “ประสบการณ์” จึงทำให้เทศกาลฯ ทำหน้าที่เป็นต้นแบบการใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของกรุงเทพฯ ในระยะยาวเพื่อให้สามารถยกระดับเมืองและเศรษฐกิจสู่สากลได้อย่างเป็นรูปธรรม
