LIFE & STYLE

Hotel de l’Opera Haลุยnoiรุกปรับโฉม ยกระดับประสบการณ์การเข้าพัก



ฮานอย, 12 กุมภาพันธ์ 2569 – Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collectionโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้โรงอุปรากรฮานอยและย่านเมืองเก่าของเมือง ได้ประกาศแผนปรับปรุงโรงแรมเป็นระยะ ๆ ซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 งานปรับปรุงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม ศิลปะ และการเล่าเรื่อง ถ่ายทอดเสน่ห์ของจิตวิญญาณแห่งโรงละครในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อเสริมบรรยากาศและเอกลักษณ์เฉพาะของโรงแรมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ผ่านรายละเอียดการออกแบบที่พิถีพิถัน การจัดวางบรรยากาศที่มีชั้นเชิง และประสบการณ์ของผู้เข้าพักที่ถูกยกระดับในทุกช่วงเวลา Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection ยังคงมุ่งมอบประสบการณ์การเข้าพักที่อบอุ่น เป็นส่วนตัว โดยผสานเรื่องราวของอดีตเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

การปรับปรุงระยะแรกเริ่มต้นขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม 2568 ครอบคลุมห้องพักและห้องสวีทราวครึ่งหนึ่งของโรงแรม บริเวณชั้น 1 ถึงชั้น 4 พร้อมการปรับโฉมห้องอาหารซิกเนเจอร์ 2 แห่ง ได้แก่ Lautrec และ Son Mai การปรับปรุงเฟสสุดท้ายมีกำหนดเริ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยจะขยายไปยังห้องพักที่เหลือ พื้นที่ล็อบบี้ รวมถึงการยกระดับโซนพักผ่อนและพื้นที่จัดงานต่าง ๆ อาทิ สระว่ายน้ำ ห้องจัดเลี้ยง และห้องอาหาร ตลอดช่วงการปรับปรุง Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นระยะอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้เข้าพัก พร้อมทยอยเผยโฉมพื้นที่ใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ด้วยแรงบันดาลใจจากสถานที่ใกล้เคียง เรื่องเล่า “A Night at the Opera” ยังคงเป็นแกนหลักของแนวคิดการออกแบบโรงแรม งานปรับปรุงครั้งนี้ได้เลือกใช้วัสดุที่ละเมียด โทนสีและแสงไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอารมณ์และความดราม่าบนเวที ถ่ายทอดออกมาในมุมมองร่วมสมัย โดยหลีกเลี่ยงการตกแต่งที่หวือหวาเกินความจำเป็น

 

ห้องน้ำถูกออกแบบให้ให้ความรู้สึกเหมือนห้องแต่งตัวส่วนตัว มาพร้อมกระจกโต๊ะเครื่องแป้งสไตล์โอเปร่า กระเบื้องโมเสก และแสงไฟโทนอุ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากโรงอุปรากรฮานอย

ห้องพักและห้องสวีทได้รับการออกแบบใหม่ โดยสร้างสมดุลระหว่างความสง่างามแบบฝรั่งเศสยุคอาณานิคมกับความเรียบง่ายในแบบร่วมสมัย โทนสีเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกโอเปร่า ไม่ว่าจะเป็นสีแดงเข้ม (crimson),  สีมะกอก (olive-gold) และสีเหลืองอุ่น ๆ (warm ochre) ถูกนำมาจับคู่กับเฟอร์นิเจอร์ ผ้าต่างๆ และรายละเอียดสไตล์อาร์ตเดโคที่แฝงอยู่อย่างพอดี ห้องน้ำถูกออกแบบให้ให้ความรู้สึกคล้ายห้องแต่งตัวส่วนตัวของนักแสดงบนเวทีโอเปร่า ตกแต่งด้วยกระจกโต๊ะเครื่องแป้งสไตล์โอเปร่า กระเบื้องโมเสก และแสงไฟที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนเวทีโอเปร่า

Lautrec ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของโรงแรม กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายในเอเทรียม พร้อมแนวคิดการรับประทานอาหารโฉมใหม่ที่เน้นครัวแบบเปิด ช่วยตอกย้ำบทบาทของร้านในฐานะพื้นที่พบปะและสังสรรค์หลักของโรงแรม

นอกเหนือจากห้องพักและห้องอาหาร งานปรับปรุงครั้งนี้ยังเพิ่มพื้นที่สำหรับการผ่อนคลายมากขึ้น โดยจะมีห้องสมุดเลานจ์เปิดให้บริการบนชั้น 7 เป็นมุมสงบเหนือเมือง ขณะที่เลานจ์กาแฟแห่งใหม่บนชั้น 2 จะให้บรรยากาศสบาย นอกจากนี้ แบรนด์ลักชัวรีจากอิตาลียังเตรียมเปิดบูติกที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ของโรงแรม เพิ่มมิติด้านรีเทลอย่างกลมกลืน สามารถเข้าถึงได้โดยตรงจากถนน และสอดคล้องกับการออกแบบของโรงแรมอย่างลงตัว

ประสบการณ์ M Moment แบบใหม่ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ MGallery ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับจุดหมายปลายทาง กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา โดยต่อยอดจากอัตลักษณ์ด้านศิลปะของโรงแรมและบริบททางวัฒนธรรมโดยรอบ รายละเอียดเพิ่มเติมจะเปิดเผยในโอกาสต่อไป

เบื้องหลังการปรับปรุงยังครอบคลุมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบชิลเลอร์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความสบายของผู้เข้าพัก รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้าพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ของโรงแรมในกรุงฮานอย โดยคาดว่าจะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากโครงข่ายหลักได้ราวร้อยละ 5

ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการตอบแทนกลับสู่สังคมของโรงแรม Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ VietHarvest ในการส่งต่ออาหารส่วนเกินให้กับชุมชนที่ขาดแคลน พร้อมทั้งสนับสนุน The Blue Dragon Children’s Foundation อย่างต่อเนื่อง ความมุ่งมั่นเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้โรงแรมได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 10 โรงแรม Best Green Hotels ของเวียดนาม จากเวที Vietnam Tourism Awards 2025

 

ห้อง Grand Deluxe ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบๆเข้ากับโทนสีเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกโอเปร่า สร้างสมดุลระหว่างความเรียบเท่ในแบบร่วมสมัยกับบรรยากาศแบบโรงละครได้อย่างลงตัว

“การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตนของเรา แต่คือการขัดเกลาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น” Alberto J. Lugo-Vina ผู้จัดการทั่วไปของ Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection กล่าว “ทุกการปรับเปลี่ยนเริ่มต้นจากคำถามเดียวกันเสมอว่า เราจะเคารพจิตวิญญาณของโรงละคร มรดกทางวัฒนธรรม และตัวตนของโรงแรมแห่งนี้ ควบคู่ไปกับเรื่องความสะดวกสบายของแขกผู้เข้าพัก และตอบโจทย์นักเดินทางในปัจจุบันไปพร้อมกันได้อย่างไร?”

ขณะที่การปรับปรุงเป็นระยะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2569 Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection กำลังก้าวเข้าสู่บทต่อไปด้วยความชัดเจนและความละเมียดในการออกแบบ พื้นที่ต่าง ๆ ถูกพัฒนาอย่างรอบคอบ โดยยังคงรักษาเสน่ห์แห่งการแสดงและอัตลักษณ์ของโรงแรมไว้เป็นหัวใจสำคัญ