LIFE & STYLE
Sofitelโชว์ยูนิฟอร์มเปิด 'Le Vestiaire' จากดีไซเนอร์Cordelia de Castellane
กรุงเทพฯ-Sofitel พลิกโฉมยูนิฟอร์ม เปิดตัว Le Vestiaire ผลงานดีไซเนอร์ชื่อดัง Cordelia de Castellane แรงบันดาลใจจากปารีส สู่นิยามใหม่ของยูนิฟอร์มโรงแรมระดับลักชัวรี ส่วนประกอบทั้งหมด 45 ชิ้น / 25 ตำแหน่ง / พนักงาน 25,000 คน / โรงแรม 120 แห่ง / ผ่านการทดสอบกับพนักงาน 110 คนจากทั่วโลก
Sofitel เปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ที่สะท้อนสไตล์ฝรั่งเศส
Sofitel เปิดตัว Le Vestiaire คอลเลกชันยูนิฟอร์มระดับโลกที่ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของปารีส สะท้อนสไตล์และความเป็นตัวเองของผู้สวมใส่ ร่วมออกแบบกับดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส Cordelia de Castellane โดยนำความรู้สึกแบบกูตูร์มาผสานกับความเรียบหรูที่ใส่ได้ในทุกวัน กลายเป็นลุคที่สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างสง่างาม ในแบบฉบับลักชัวรีร่วมสมัยของ Sofitel
Le Vestiaire ถูกออกแบบมาเพื่อพนักงานกว่า 25,000 คนทั่วโลก ตั้งแต่ทีมต้อนรับไปจนถึงแม่บ้าน ให้สามารถแต่งกายได้อย่างมั่นใจ ดูดีในแบบของตัวเอง และยังคงความชิคแบบฝรั่งเศสที่ดู effortless แต่มีสไตล์
ตั้งแต่แพตเทิร์นที่ตัดเย็บอย่างประณีต ไปจนถึงลวดลายวาดมือและโมโนแกรมของแบรนด์ ทุกดีเทลสะท้อนตัวตนของ Sofitel อย่างชัดเจน พร้อมดีไซน์ที่คำนึงถึงความสบาย ความหลากหลาย และการใช้งานจริง สามารถปรับเข้ากับวัฒนธรรม อากาศ และเอกลักษณ์ของแต่ละโรงแรมทั่วโลกได้อย่างลงตัว คอลเลกชัน Le Vestiaire จะเริ่มทยอยเปิดตัวในโรงแรม Sofitel ทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี 2569 เป็นต้นไป
Le Vestiaire คอลเลกชันที่สะท้อนตัวตนได้หลากหลายสไตล์
ไอคอนิกเดรสและเวสต์ที่ตัดเย็บอย่างประณีต
Le Vestiaire ประกอบด้วยองค์ประกอบมากกว่า 45 ชิ้น พร้อมเครื่องประดับที่ออกแบบมาอย่างเข้าชุดกัน สะท้อนเสน่ห์แบบปารีสที่ทั้งทันสมัยและเปิดกว้าง เมืองที่ความสง่างามไม่จำกัดอยู่แค่รูปแบบเดียว และทุกคนสามารถมีสไตล์ในแบบของตัวเองได้ คอลเลกชันนี้ถูกออกแบบให้ใส่ได้หลากหลายและปรับใช้ได้จริง ทำให้แต่ละโรงแรม รีสอร์ต และเรสซิเดนซ์ในเครือ Sofitel ไม่ว่าจะเป็น Sofitel Dubai The Obelisk, Sofitel Legend Metropole Hanoi หรือ Sofitel Bali Nusa Dua สามารถเลือกชุดให้เข้ากับวัฒนธรรมและบรรยากาศของพื้นที่นั้น ๆ ได้ ในขณะที่ยังคงภาพลักษณ์ความสง่างามแบบฝรั่งเศสที่เป็นเอกลักษณ์ของ Sofitel ไว้
ด้วยดีไซน์ที่ปรับเข้ากับวัฒนธรรม สภาพอากาศ และเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ได้ Le Vestiaire เปรียบเหมือนตู้เสื้อผ้าที่เปิดโอกาสให้สร้างสไตล์ได้หลากหลายแบบ พนักงาน Sofitel สามารถเลือกและจัดชุดในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ ด้วยไอเท็มที่ออกแบบมาให้มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ง่าย ช่วยให้ได้ลุคที่เหมาะกับรูปร่าง ความชอบ และความสบายของแต่ละคน สะท้อนความเป็นตัวตนของพนักงานทั่วโลกได้อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น เวสต์ Gilet Cintré มีเวอร์ชันแขนกุด และสามารถจับคู่ได้ทั้งกับกางเกงทรงพลีตหรือกระโปรงมิดิ (Midi Skirt) อย่างลงตัว มากกว่าแค่ยูนิฟอร์ม คอลเลกชันแบบมิกซ์แอนด์แมตช์นี้สะท้อนแนวคิดของ Sofitel ที่เชื่อว่า “ความหรูหราที่แท้จริงคือสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง”
.jpeg)
Maud Bailly และ Cordelia de Castellane
Maud Bailly ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sofitel, MGallery และ Emblems กล่าวว่า “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ Sofitel กลับมายืนอย่างภาคภูมิอีกครั้ง หลายโรงแรมกำลังได้รับการปรับปรุงใหม่อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น Sofitel New York และ Sofitel Montreal Golden Mile รวมถึงอีกหลายแห่งทั่วโลก ขณะเดียวกันก็มีโรงแรม Sofitel แห่งใหม่เปิดตัวในหลายประเทศ ในฐานะตัวแทนภาพลักษณ์ของแบรนด์ สำหรับฉัน สิ่งสำคัญที่สุดคือทีมงานของเรา เพราะพวกเขาคือหัวใจของความลักชัวรี เมื่อแบรนด์ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่ที่งดงาม ทีมงานก็ควรได้เติบโตและโดดเด่นไปพร้อมกัน ฉันดีใจมากกับความร่วมมือครั้งนี้กับ Cordelia de Castellane ที่สามารถถ่ายทอดสไตล์เรียบหรูแบบไร้กาลเวลา และสะท้อนความสง่างามแบบฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว”
Cordelia de Castellane แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า “ไอเดียค่อนข้างเน้นความเรียบง่าย ซึ่งคือการให้แต่ละคนสามารถเลือกชุดที่เหมาะกับสถานที่และบทบาทของตัวเองได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือฉันไม่อยากให้ใครรู้สึกถูกจำกัดอยู่กับยูนิฟอร์มแบบใดแบบหนึ่ง Sofitel เป็นแบรนด์ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่ง และได้ออกเดินทางสร้างเรื่องราวของตัวเอง จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีรากฐานและตัวตนชัดเจนในวันนี้”
เสน่ห์แบบโอต์กูตูร์ถูกถ่ายทอดมาสู่ยูนิฟอร์มแห่งการต้อนรับ
ความสง่างามแบบโอต์กูตูร์ ถ่ายทอดสู่ยูนิฟอร์มของการบริการระดับลักชัวรี
ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อดัง Cordelia de Castellane ถ่ายทอดเสน่ห์สไตล์ปารีสที่เรียบหรูและไร้กาลเวลาไว้ในคอลเลกชัน Le Vestiaire โดยได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์การทำงานในแวดวงโอต์กูตูร์ฝรั่งเศส และการฝึกฝนทักษะกับทีมช่างฝีมือระดับสูงในห้องเสื้อชั้นนำของปารีส ในฐานะหญิงชาวปารีสที่มีมุมมองแบบสากล ไลฟ์สไตล์และความสนใจในวัฒนธรรมที่หลากหลายของเธอ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่สะท้อนอยู่ในงานออกแบบทุกชิ้น
การออกแบบคอลเลกชันระดับโลกครั้งแรกของเธอถือเป็นทั้งความท้าทายด้านความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมงาน Sofitel เธอได้ลงพื้นที่ร่วมเวิร์กช็อปและฟิตติ้งกับเหล่า Sofitel Heartists เพื่อทำความเข้าใจเรื่องความสบาย การเคลื่อนไหว และการแสดงออกถึงตัวตน เพื่อให้คอลเลกชันนี้เหมาะกับรูปร่าง วัฒนธรรม และบทบาทที่หลากหลายของผู้สวมใส่
ดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย เนื้อผ้าที่ให้สัมผัสดี และโทนสีที่มีเอกลักษณ์ คือหัวใจของคอลเลกชันนี้ แต่ละชิ้นถูกออกแบบให้ใส่ได้ทั้งในโอกาสทางการและในช่วงเวลาที่สบาย ๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือการตีความศิลปะแห่งการใช้ชีวิตแบบฝรั่งเศส ในมุมมองร่วมสมัย ที่ทั้งเรียบหรู มีชีวิตชีวา และสอดคล้องกับผู้ที่สวมใส่
โทนสีหลักของคอลเลกชันนี้ประกอบด้วยสีน้ำเงินเนวี่ สีขาวนวล สีเบจ และเดนิมบลู ซึ่งถูกเลือกมาเพราะให้ความรู้สึกคลาสสิก ใส่ง่าย และเข้ากับทุกสีผิว รวมถึงทุกบรรยากาศของโรงแรม ชุดที่ตัดเย็บอย่างประณีตถูกเติมเต็มด้วยเครื่องประดับที่ช่วยเพิ่มลูกเล่น ไม่ว่าจะเป็นเข็มขัดหรือเข็มกลัดผ้าพันคอ ซึ่งมีดีเทลของ Cultural Link โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Sofitel ที่สื่อถึงการเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมอย่างแนบเนียน
ขณะเดียวกัน โลโก้กราฟิกของ Sofitel ก็ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบลายโมโนแกรมพิเศษ ปรากฏอยู่บนผ้าพันคอ เสื้อเชิ้ต เดรส และเนกไท เปลี่ยนสัญลักษณ์ของแบรนด์ให้กลายเป็นองค์ประกอบดีไซน์ที่เรียบหรูและร่วมสมัย
ชุดยูนิฟอร์มหรูที่ออกแบบมาพร้อมความยั่งยืน
ภายใต้แนวคิด Committed Luxury ของ Sofitel คอลเลกชัน Le Vestiaire ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานในระยะยาว แต่ละชิ้นผสานความสง่างามเข้ากับความทนทาน เพื่อให้สวมใส่ได้ยาวนาน ทั้งในแง่สไตล์และคุณภาพ วัสดุที่แข็งแรง การตัดเย็บที่ประณีต และดีไซน์เหนือกาลเวลา ทำให้คอลเลกชันนี้ยังคงดูดีได้ในทุกฤดูกาล
สำหรับ Sofitel ความยั่งยืนไม่ใช่การลดทอน แต่เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าความลักชัวรี วัสดุทุกชนิดถูกคัดสรรจากคุณภาพ ความสบายในการสวมใส่ และความทนทาน อีกทั้งยังออกแบบให้สามารถซ่อมแซมได้ง่าย เพื่อยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการร่างแบบไปจนถึงการเย็บชิ้นสุดท้าย ทุกองค์ประกอบสะท้อนมุมมองใหม่ของงานฝีมือแบบฝรั่งเศส ที่ให้ความสำคัญทั้งความรับผิดชอบและความประณีต เพราะสำหรับ Sofitel ความงดงามที่ยืนยาว คือหัวใจของความลักชัวรีอย่างแท้จริง
