LIFE & STYLE

ความสำเร็จแพทย์เฉพาะทางกระดูก-ข้อ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้สูง89ปี



กรุงเทพฯ-การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในผู้สูงอายุที่มีอายุมากและมีความเสี่ยงสูง มักเป็นโจทย์ท้าทายของวงการแพทย์ และเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลอย่างมากให้กับทั้งผู้ป่วยและญาติ คำถามที่พบบ่อยคือ “อายุขนาดนี้ การผ่าตัดจะเสี่ยงเกินไปหรือไม่”  “หากเกิดภาวะแทรกซ้อน ใครจะดูแล” และ “ถ้าไม่ผ่าตัด ยังมีทางเลือกอื่นหรือไม่”

สำหรับกรณีศึกษาของผู้ป่วยวัย 89 ปี รายนี้ ซึ่งได้รับการดูแลโดย นพ.อนุชิต เวชชัยชีวะ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-Spine and Joint Hospital) ถือเป็นหนึ่งในเคสที่น่าสนใจ เพราะผู้ป่วยมีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงทั้งสองข้าง ไม่สามารถเดินได้ตามปกติ แม้ญาติและทีมแพทย์จะมีความกังวลเกี่ยวกับ  “ความปลอดภัย”  จากการผ่าตัดในวัยเกือบ 90 ปี แต่จากการประเมินอย่างรอบด้านแล้วการผ่าตัดคือทางเลือกที่จำเป็นและมีโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง

จุดที่ทำให้การรักษาเคสนี้ “ไม่ธรรมดา” คือ ความเสี่ยงหลายด้านที่ทีมแพทย์ต้องประเมินและจัดการอย่างละเอียด ได้แก่

1. ความเสี่ยงทางระบบหัวใจและปอด ผู้สูงอายุช่วงวัยนี้มักมีระบบการทำงานของหัวใจและปอดที่ลดลง ทำให้ การดมยาสลบและการฟื้นตัวหลังผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง จึงต้องประเมินโดยทีมสหสาขา ทั้งอายุรแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างรอบคอบ

2. การฟื้นตัวช้ากว่าในวัยหนุ่มสาว การเคลื่อนไหวหลังผ่าตัดต้องอาศัยกล้ามเนื้อและความร่วมมือจากผู้ป่วย ซึ่งในผู้สูงอายุจะใช้เวลาและมีความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น เช่น แผลติดเชื้อ หรือลิ่มเลือดอุดตัน

3. การผ่าตัดข้อเข่าทั้งสองข้างในครั้งเดียว (Bilateral TKA) ถือเป็นขั้นตอนที่แพทย์มักหลีกเลี่ยงในผู้สูงวัย แต่กรณีนี้ สามารถดำเนินการได้สำเร็จ ด้วยความร่วมมือของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการเตรียมร่างกายผู้ป่วยที่เหมาะสม

4. โรคร่วมอื่นๆ (Comorbidities) ผู้ป่วยวัยนี้มักมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการผ่าตัด จึงต้องได้รับการจัดการล่วงหน้าอย่างละเอียด

ซึ่งผู้สูงอายุรายนี้ได้รับการประเมินอย่างละเอียดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ทั้งด้านระบบหัวใจ ปอด โรคร่วมตามวัย ภาวะโภชนาการ และความพร้อมในการฟื้นฟูสมรรถภาพ ร่วมกับการวางแผนดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างปลอดภัยสูงสุด และลดความเสี่ยงที่เป็นข้อกังวลของญาติ

จากการประเมินพบว่า ผู้ป่วยมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่จะเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งสองข้าง โดยแพทย์ได้อธิบายถึงความจำเป็นของการรักษาอย่างครบถ้วน เนื่องจากหากปล่อยไว้โดยไม่ผ่าตัด ภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ข้อเข่าผิดรูป กล้ามเนื้อลีบ เดินผิดท่า จนส่งผลต่อข้อสะโพกและกระดูกสันหลัง อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม กระดูกหัก และสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง

เมื่อมีการตัดสินใจร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ ผู้ป่วย และญาติแล้ว การผ่าตัดจึงได้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์เฉพาะทาง และด้วยการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้ตามแผนที่วางไว้ โดยมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน อาการปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจ ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมกับวัย

นพ.อนุชิต เวชชัยชีวะ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน อายุไม่ใช่ข้อจำกัดในการรักษาอีกต่อไป แต่สิ่งสำคัญคือการประเมินร่างกายโดยรวม ระดับความรุนแรงของโรค และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด พร้อมเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยได้แม้ในผู้สูงอายุ”

ความสำเร็จของเคสนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงวัยจำเป็นต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การประเมินที่แม่นยำ และทำการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ นำมาใช้ รวมไปถึงระบบฟื้นฟูที่ต่อเนื่อง เพื่อคืนความสามารถในการเคลื่อนไหว และคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับวัย