BANGKOK
ปรับโฉมสวนพฤกษชาติคลองจั่นสู่ศูนย์รวม กิจกรรมชุมชน-ห้องเรียนธรรมชาติ
กรุงเทพฯ-(21 ก.พ. 69) เวลา 08.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม โครงการปรับปรุงสวนพฤกษชาติคลองจั่น เขตบางกะปิ โดยมี นางสาวปาจริยา มหากาญจนะ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นางสิริกาญจน์ สุยวณิชย์ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตบางกะปิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
สวนพฤกษชาติคลองจั่น เขตบางกะปิ บนพื้นที่กว่า 34 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินในกรรมสิทธิ์ของการเคหะแห่งชาติ และมอบให้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตบางกะปิเป็นผู้ดูแล ปัจจุบันพื้นที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดลง สำนักสิ่งแวดล้อม จึงดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับสวนให้กลับมามีความสมบูรณ์ ปลอดภัย และทันสมัย พร้อมรองรับการใช้งานของประชาชนทุกวัยได้อย่างเต็มศักยภาพ และตอบโจทย์การเป็นพื้นที่สีเขียวคุณภาพของชุมชน โดยขอจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงสวนพฤกษชาติคลองจั่น ภายใต้แนวคิดการออกแบบใหม่ กำหนดให้สวนแห่งนี้เป็นมากกว่าพื้นที่พักผ่อน แต่เป็น “ศูนย์รวมกิจกรรมชุมชน” ที่ตอบโจทย์คนทุกวัยอย่างแท้จริง โดยจัดสรรพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมที่หลากหลายและยืดหยุ่น ทั้งกิจกรรมด้านกีฬา เช่น วิ่ง แอโรบิก ฟิตเนส กิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย อาทิ ไทเก็ก โยคะ และการปฏิบัติธรรม ตลอดจนกิจกรรมสันทนาการ เช่น การเต้นและการจัดเทศกาลต่าง ๆ รวมถึงออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการพบปะและทำกิจกรรมร่วมกันของเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชนและสร้างสังคมที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังพัฒนาให้เป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้ด้านพรรณไม้และนิเวศท้องถิ่น เปลี่ยนสวนสาธารณะให้กลายเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” ที่มีชีวิต รวบรวมพรรณไม้ที่มีคุณค่าและหลากหลาย คัดสรรชนิดพันธุ์ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ออกแบบพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชน ได้เข้ามาศึกษาระบบนิเวศท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านการสังเกต สัมผัส และเรียนรู้จากธรรมชาติจริง สร้างประสบการณ์ตรงที่ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่วนพื้นที่ธรรมชาติช่วยจัดการน้ำ ได้นำแนวคิด “Blue-Green” มาปรับใช้ในการพัฒนา เพื่อสร้างระบบจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ออกแบบพื้นที่ให้ทำหน้าที่เสมือน “แก้มลิงธรรมชาติ” รองรับน้ำฝนและน้ำหลาก พร้อมทั้งช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยกระบวนการธรรมชาติ ผ่านการชะลอน้ำและการกรองน้ำเสียด้วยพืชน้ำ ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศดั้งเดิมให้กลับมาสมบูรณ์ แนวทางดังกล่าวมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนเมือง ให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรน้ำและธรรมชาติได้อย่างสมดุลและเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับรายละเอียดการปรับปรุงพื้นที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบวงจร อาทิ ปรับปรุงทางเดิน–ลู่วิ่งระยะทาง 800 เมตร ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย พร้อมยกระดับลานกิจกรรมและลานอเนกประสงค์ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ได้แก่ ลานต้อนรับ ลานแอโรบิก ลานผู้สูงอายุ ลานยืดเหยียด ลานไทเก็ก และลานชมรม รวมถึงปรับปรุงสนามเด็กเล่นให้เหมาะสมกับการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก นอกจากนี้ ยังพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำบำบัด พื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ พื้นที่ป่านิเวศ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตลอดจนก่อสร้างและปรับปรุงศาลาพักผ่อน และสุขาสาธารณะ 4 จุด รวม 26 ห้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเพียงพอและทั่วถึง
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะฯ ได้เดินสำรวจพื้นที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตบางกะปิ ดูแลความสะอาดภายในสวน จัดเก็บกิ่งไม้แห้งและใบไม้แห้งที่กองอยู่ภายในนำไปทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม ให้พิจารณาแก้ไขรายละเอียดของเนื้องานที่จะดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม ทั้งระบบประปา ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบรดน้ำต้นไม้ ระบบบำบัดน้ำเสีย ติดตั้งเครื่องเติมอากาศแบบกังหันตีน้ำ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้มาใช้บริการ นอกจากนี้ ให้คำนึงถึงมาตรการด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนในช่วงดำเนินการปรับปรุง โดยอาจพิจารณาปิดพื้นที่บางส่วนเป็นการชั่วคราว พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์และป้ายแจ้งเตือนให้ชัดเจน รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย เพื่อป้องกันอันตรายและลดผลกระทบต่อประชาชนผู้มาใช้บริการออกกำลังกายและทำกิจกรรมภายในสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร
