IN NEWS

ก.แรงงานเกาะติดแรงงานไทยในตอ.กลาง 'เรียกถกทูตแรงงาน-นายหน้าจัดหางาน'



ตรีนุช” เรียกถกด่วนทูตแรงงาน เตรียมพร้อมหากต้องร่วมปฏิบัติภารกิจอพยพแรงงานกลับไทย พร้อมสั่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและกรมการจัดหางานทำแผนรองรับแรงงานไทยกลับประเทศ มอบนโยบายจัดหางานทุกจังหวัดชะลอส่งแรงงานไทยไปยัง 12 ประเทศตะวันออกกลางไม่มีกำหนด ด้านกรมการจัดหางาน หารือผู้รับอนุญาตจัดหางาน เตรียมมาตการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง  อัปเดตสถานการณ์และคำแนะนำสำหรับคนไทยในกาตาร์ (สถานะ ณ วันที่ 4 มี.ค. 2569 เวลา 17.15 น.)สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือ ประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ร่วมกับอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ทั้ง 3 แห่ง ในตะวันออกกลาง ว่า กระทรวงแรงงานได้เตีรยมความพร้อมหากต้องเข้าร่วมภารกิจอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานกลับประเทศไทยตามนโยบายของรัฐบาลโดยการสั่งการของฯ พณฯ นายกรัฐมนตรี โดยแบ่งสถานการณ์ตามระดับความรุนแรงเป็น 4  ระดับ คือ คงที่ ,รุนแรง, ยืดเยื้อ และ ยุติ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีอำนาจในการสั่งการและบัญชาการในทุกภาคส่วน ล่าสุดยังไม่ได้รับรายงานการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของแรงงานไทย

ในส่วนของการเตรียมการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศต้นทาง นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทูตแรงงานในอิสราเอลช่วยอำนวยความสะดวกและประสานการให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานไทย  โดยเฉพาะการประสานกับทางการอิสราเอลและนายจ้างอิสราเอล เพื่ออพยพแรงงานไทยออกจากพื้นที่สีแดง (เช่น พื้นที่ติดชายแดนเลบานอน) ไปยังพื้นที่ปลอดภัย  ในส่วนของประเทศอิหร่าน กระทรวงแรงงานไม่ได้มีสำนักงานแรงงานตั้งอยู่โดยตรง แต่มีฝ่ายแรงงานประจำ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ซึ่งดูแลครอบคลุมถึงประเทศอิหร่านด้วย ก็ได้มอบหมายให้ใช้แนวปฏิบัติเดียวกันในการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทยทุกคน เบื้องต้นทราบว่าจะมีแรงงานไทยในประเทศอิหร่านเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้

สำหรับแผนการอพยพแรงงานไทย รมว.แรงงาน กล่าวว่า ภารกิจที่เกี่ยวข้องในส่วนของกระทรวงแรงงาน ก็คงเป็นเรื่องการจัดพื้นที่จุดพักคอย และจุดอพยพ ซึ่งได้ประสานกับทางกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้สั่งการให้ 5 เสือแรงงานในทุกจังหวัดสื่อสารไปยังครอบครัว ญาติพี่น้องของแรงงานไทยให้คลายความวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ รวมทั้งให้นำระบบแอพพลิเคชั่นติดตามของกรมการจัดหางานมาใช้ในการให้พี่น้องแรงงานไทยได้สื่อสารกับครอบครัว เพื่อลดความวิตกกังวล

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดทำแผนรองรับกรณีที่แรงงานกลับถึงประเทศไทย โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการตรวจสุขภาพกายและประเมินสภาพจิตใจ (PTSD) โดยกระทรวงสาธารณสุข การดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ การตรวจสอบสิทธิจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อรับเงินสงเคราะห์กรณีภัยสงคราม การเยียวยา รวมทั้งการเตรียมพร้อมพัฒนาทักษะ และ หาตำแหน่งงานใหม่ภายในประเทศ หรือเตรียมความพร้อมหากต้องการกลับไปทำงานต่างประเทศอีกครั้งเมื่อเหตุการณ์สงบ

ส่วนของแรงงานไทยที่ต้องการจะเดินทางไปทำงานในตะวันออกกลางทั้ง 12 ประเทศ ได้แก่  อิสราเอล, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต, เลบานอน, บาห์เรน, จอร์แดน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โอมาน, ไซปรัส, เยเมน และอิหร่าน รมว.แรงงาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้จัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ชะลอจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลางทุกวิธีการเดินทางออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

“ในนามของกระทรวงแรงงาน เราพร้อมที่จะร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือแรงงานไทยทันทีที่รัฐบาลสั่งการ ในฐานะผู้ประสานงานหลักในการ อำนวยความสะดวกช่วยเหลือแรงงานไทย ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องแรงงานทั้งที่ยังทำงานอยู่ในประเทศตะวันออกกลางและประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยทุกท่านปลอดภัย ยืนยันว่า กระทรวงแรงงานจะให้การดูแลพี่น้องแรงงานไทยอย่างดีที่สุด”  นางสาวตรีนุช ทิ้งท้าย

อัปเดตสถานการณ์ในกรุงโดฮา ของกาตาร์

อัปเดตสถานการณ์และคำแนะนำสำหรับคนไทยในกาตาร์ (สถานะ ณ วันที่ 4 มี.ค. 2569 เวลา 17.15 น.)สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ขอสรุปข้อมูลสำคัญและข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

1. รัฐบาลกาตาร์ยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยืนยันความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ในการดูแลความสงบเรียบร้อยแก่ประชาชนทุกคนในกาตาร์ พร้อมย้ำว่าชีวิตความเป็นอยู่ยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยระบบป้องกันภัยและระบบสกัดกั้นขีปนาวุธมีปริมาณสำรองที่เพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ สินค้าอุปโภค-บริโภค เสบียงอาหาร น้ำและพลังงานไฟฟ้า ยังมีเพียงพอ และระบบสาธารณูปโภค ขนส่งมวลชน รวมถึงร้านอาหาร โรงพยาบาล ซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้า ยังเปิดให้บริการตามปกติ

2. สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือให้คนไทยทุกคนยังคงปฏิบัติตามแนวทางของทางการกาตาร์ ซึ่งให้ประชาชนอยู่ในที่พักหรือที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และขอให้ติดตามข่าวสารและคำแนะนำต่าง ๆ จากภาครัฐอย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย และสามารถมีการเปิดน่านฟ้าและกลับมาทำการบินได้ตามปกติ โดยสายการบินที่มีเที่ยวบินออกจากกาตาร์ยังคงระงับเที่ยวบิน และจะแจ้งผลการประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 6 มี.ค. 2569 เวลา 09.00 น. (เวลาท้องถิ่น)

3. สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานของกาตาร์และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัย แนวโน้มการเปิดน่านฟ้าของกาตาร์ รวมถึงประเมินข้อจำกัดและความเสี่ยงในการเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยทุกคนเป็นสำคัญลำดับแรก โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้หยิบยกกับฝ่ายกาตาร์อย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้มีการส่งกลับคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้า รวมถึงคนไทยที่ประสงค์จะกลับประเทศไทย ได้กลับบ้านในโอกาสแรก

สำหรับคนไทยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนคนไทยในกาตาร์ ขอให้ดำเนินการผ่าน Google Form: t.ly/SKAFZ  และแอปพลิเคชัน Thai Consular: https://onelink.to/k9wx77

หากท่านมีข้อสอบถามประการใด สามารถติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูตฯ

กรมการจัดหางานหารือผู้รับอนุญาตจัดหางาน

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า วันที่ 4 มีนาคม 2569 ได้เชิญผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่จัดส่งแรงงานไปทำงานกับนายจ้างในภูมิภาคตะวันออกกลาง จำนวน 46 บริษัท เพื่อรับทราบแนวทางและการเตรียมความพร้อมในกรณีเหตุฉุกเฉินจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

โดยที่ประชุมได้กำหนดมาตรการเชิงรุกในการดูแลและติดตามแรงงานไทยในรัฐอิสราเอลและภูมิภาคตะวันออกกลาง 4 มาตรการ ประกอบด้วย 1) แนวทางการดูแลความปลอดภัยของแรงงาน โดยให้บริษัทซึ่งเป็นผู้จัดส่งแรงงานไปทำงาน ตรวจสอบจำนวนแรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่ให้เป็นปัจจุบัน โดยระบุสถานที่ทำงาน ที่พัก นายจ้าง ช่องทางติดต่อสำหรับแรงงานกรณีฉุกเฉิน  และประสานแรงงานไทยในการดูแล เพื่อเตรียมความพร้อมหากต้องการความช่วยเหลือ 2) ประชาสัมพันธ์ช่องทางการติดต่อสื่อสารกับแรงงาน ผ่านการใช้ Application SMART TOEAหรือช่องทางอื่นที่สะดวก อาทิ จัดตั้ง Line / WhatsApp กลุ่มแรงงานไทย ที่จัดส่งไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อแจ้งเตือนภัยทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเป็นภาษาไทย เพื่อให้แรงงานไทยได้รับทราบข้อมูลทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ โดยกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบประสานกับแรงงานตลอด 24 ชั่วโมง 3) วางมาตรการรองรับกรณีสถานการณ์ยกระดับรุนแรง แผนอพยพและจุดรวมพล โดยประสานสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยและสำนักงานแรงงานในพื้นที่ เพื่อระบุจุดรวมพล เส้นทางปลอดภัยและ 4) มาตรการชะลอการจัดส่ง สื่อสารทำความเข้าใจกับแรงงานที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานให้ทราบมาตรการชะลอจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมแจ้งจำนวนคนหางานที่อยู่ระหว่างรอเดินทางให้กรมการจัดหางานทราบอย่างต่อเนื่อง

นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ และคนหางานที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ดาวน์โหลด App "SMART TOEA" เพื่อรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศ ตรวจสอบตำแหน่งงานว่างและสถานบริการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเดินทางไปต่างประเทศ การตรวจสอบข้อมูลหรือรับบริการด้านอื่นๆ การร้องเรียนร้องทุกข์ และการช่วยเหลือคุ้มครองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน  ทั้งนี้ ขอให้เปิด "การเข้าถึงตำแหน่ง" ก่อนเริ่มใช้งาน App "SMART TOEA" คนหางานสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ โทร. 0 2245 0978 และ 0 2245 9430 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางานความรู้สึกทั้งหมด