IN NEWS
นายกฯเรียกถกด่วน!รับมือ'สู้รบตอ.กลาง' ไทยมีน้ำมันอยู่ได้95วัน/ลาว-พม่าส่งปกติ
กรุงเทพฯ-เรียกด่วน! นายกฯ หารือ กค.-คค.-พน. กำหนดมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินแหล่งนำเข้าน้ำมัน กระจายความเสี่ยง สร้างเสถียรภาพพลังงานประเทศ
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569) เวลา 14.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารืออย่างเร่งด่วน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ขณะนี้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อภาคพลังงานและตลาดน้ำมันของโลก ซึ่งวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถึงผลการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 โดยกระทรวงพลังงานรายงานว่าสถานการณ์น้ำมันในประเทศในช่วงเดือนมีนาคมยังไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่จะนำเข้าสู่ประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากสถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรง
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนและกำหนดมาตรการรองรับเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันดิบและการจัดหาพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันประมาณครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ๆ รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประเมินสถานการณ์ และพิจารณาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน
“รัฐบาลต้องการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพิจารณามาตรการอย่างรอบด้าน เพื่อให้ผลกระทบต่อประเทศไทยเกิดขึ้นน้อยที่สุด และรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในช่วงสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน” นายกรัฐมนตรีกล่าวกำชับ
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม เวลา 16.45 น. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และนายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า การแถลงข่าวในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออัปเดตสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยยืนยันตัวเลขการสำรองน้ำมันของประเทศไทยที่ก่อนหน้านี้อยู่ในระดับประมาณ 60–65 วัน ซึ่งหมายความว่า หากไม่มีการนำน้ำมันเข้าสู่ประเทศไทยเลย ประเทศยังสามารถใช้น้ำมันจากปริมาณสำรองได้ประมาณ 65 วัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติมว่ามีแหล่งน้ำมันจากพื้นที่นอกตะวันออกกลางที่จะสามารถจัดหาเพิ่มได้อีกประมาณ 30 วัน ทำให้ปริมาณสำรองรวมเพิ่มเป็นประมาณ 95 วัน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีการทยอยเพิ่มขึ้นไปจนถึงเดือนเมษายน จึงขอยืนยันกับประชาชนว่าปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศยังคงเพียงพอ

ในส่วนของมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันนั้น ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงแนวทางการระงับการส่งออก โดยมีข้อยกเว้นสำหรับ สปป.ลาว และเมียนมา เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความเชื่อมโยงด้านพลังงานกับประเทศไทย โดยไทยมีการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว และมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากเมียนมา ทำให้ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาความร่วมมือด้านพลังงานกับทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมประกาศมาตรการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานภายในประเทศเพิ่มเติมด้วย
ขณะเดียวกัน จะมีการเพิ่มระดับการสำรองน้ำมัน โดยจะประกาศเพิ่มสำรองให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนการสำรองจากเดิมร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มมากขึ้น สำหรับด้านราคาน้ำมัน รัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยดูแล ขณะที่น้ำมันเบนซินจะมีมาตรการช่วยเหลือบางส่วนเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับก๊าซที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่ลำเลียงผ่านท่อส่งก๊าซจากเมียนมา และก๊าซ LNG ที่นำเข้าบางส่วนจากประเทศกาตาร์ ซึ่งต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายพลังงานได้เร่งหาแหล่งจัดหาก๊าซเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น โดยได้รับการยืนยันจากบริษัท ปตท. ว่าจะมีการหารือกับผู้ค้าพลังงานเพื่อเพิ่มการนำเข้าก๊าซเข้าสู่ประเทศไทย
ในด้านการจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งอื่น รัฐบาลจะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ รวมถึงจัดหาจากพื้นที่อื่นเพิ่มเติม และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ทั้งในส่วนของน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า
สำหรับกรณีที่ประชาชนบางส่วนแห่ไปเติมน้ำมันและมีการกักตุนก่อนหน้านี้ ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง หลังจากความตื่นตระหนกในช่วงแรกเริ่มลดลง โดยผู้ที่เคยซื้อเพื่อกักตุนได้ลดปริมาณการซื้อลง ทั้งนี้ เชื่อว่าหากสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง การกักตุนก็จะลดลงตามไปด้วย
ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานได้สั่งการไปยังทุกจังหวัดให้กำชับสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศไม่ให้มีการกักตุนภายในสถานี และให้มีการจัดส่งน้ำมันเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้ในช่วงที่ผ่านมาอาจเกิดการสะดุดในการกระจายน้ำมันในบางพื้นที่ แต่คาดว่าสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการจะคลี่คลายได้ภายใน 1–2 วัน

สำหรับการดูแลด้านราคาพลังงาน รัฐบาลได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดความผันผวนของราคา โดยที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันเคยอยู่ในภาวะติดลบ แต่ปัจจุบันสถานะของกองทุนกลับมาเป็นบวก จึงสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานได้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ ก็จะพิจารณาใช้กลไกของกองทุนดังกล่าวเพื่อช่วยดูแลประชาชนต่อไป
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศ โดยจะจัดหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมจากประเทศเพื่อนบ้านและประเทศคู่ค้า เช่น มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และแอฟริกาใต้ รวมถึงบริษัท ปตท. มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้าหลากหลายแหล่งอยู่แล้ว เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตจึงสามารถหารือเพื่อจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมเข้าสู่ประเทศไทยได้
