IN NEWS
'ซาบีดา'รับหารือรวมก.วธ.และท่องเที่ยวฯ คาดอีก6เดือนชัดเจนวัฒนธรรมหนุนเที่ยว
กรุงเทพฯ-“ซาบีดา” รับหารือแนวคิดรวม “ก.วัฒนธรรม - ก.ท่องเที่ยว” แล้วคาดชัดภายใน 6 เดือนหลังมีรัฐบาล ชี้ต้องใช้วัฒนธรรมหนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยวชี้ไทยมีพหุวัฒนธรรม ต้องใช้ท่องเที่ยวต่อยอดศักยภาพ ด้นปลัดวธ. ชี้ เชื่อม “วัฒนธรรม - ท่องเที่ยว” คือยุทธศาสตร์อนาคตประเทศย้ำต้องใช้ทุนวัฒนธรรมไทยให้เต็มศักยภาพ สร้างเศรษฐกิจวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09:55 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแยกงานท่องเที่ยวมารวมกับกระทรวงวัฒนธรรมและแยกเป็นกระทรวงกีฬาอย่างเดียว ว่า ยอมรับว่าในพรรคภูมิใจไทยมีการพูดคุยกันแล้วซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มองว่าประเทศไทยมีพหุวัฒนธรรม แต่ไม่สามารถใช้ได้เต็มศักยภาพจึงต้องใช้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและกลายมาเป็นแนวคิดรวมกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
“สำหรับการรวมกระทรวงทั้งสองจะใช้เวลากี่เดือนนั้น คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้เร็วที่สุด แต่จากการหารือกับนายกรัฐมนตรีอยากให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน การปฎิบัติจริงต้องดูหน้างานอีกครั้งว่ามีความซับซ้อนเพียงใด ประเด็นสำคัญไม่ใช่การปรับโครงสร้างของกระทรวง แต่อยู่กับการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยนำเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและการส่งออกทางวัฒนธรรม” นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ กล่าว
ปลัดวธ.ชี้เชื่อม “วัฒนธรรม - ท่องเที่ยว” คือยุทธศาสตร์อนาคตประเทศ

ด้านนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงแนวคิดการเชื่อมโยงภารกิจด้านวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวว่า ตนเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไม่ได้มองเพียงมิติของการปรับโครงสร้างหน่วยงานเท่านั้นแต่มองเป็นเรื่องสำคัญของยุทธศาสตร์ทิศทางและอนาคตการพัฒนาประเทศ
ปลัด วธ. กล่าวว่า ในโลกยุคใหม่หลายประเทศใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงอดีตของชาติแต่เป็นเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมจำนวนมากทั้งประเพณี ศิลปะ วิถีชีวิต อาหารไทย เทศกาลและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ
“ประเทศไทยมีทุนทางวัฒนธรรมมหาศาลเรายังใช้ศักยภาพได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับการท่องเที่ยวสามารถทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอวัฒนธรรมไทยสู่สายตาของผู้คนทั่วโลก ดังนั้นการท่องเที่ยวคือเวทีที่ทำให้โลกได้สัมผัสวัฒนธรรมไทย” นายประสพ กล่าว
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า หากสามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบจะช่วยพัฒนา เศรษฐกิจวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมทั้งกระจายรายได้สู่ชุมชนในภูมิภาคและสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และแนวทางสำคัญคือการพัฒนาห่วงโซ่วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาเนื้อหาทางวัฒนธรรม การต่อยอดเป็นสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการสื่อสารและการตลาดในระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ การพัฒนางานวัฒนธรรมจำเป็นต้องดำเนินการอย่างสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์และการสร้างสรรค์เพื่อให้วัฒนธรรมยังคงคุณค่าและสามารถพัฒนาไปพร้อมกับเศรษฐกิจและสังคม ประกอบกับในโลกยุคปัจจุบัน การสื่อสารและการตลาดวัฒนธรรมมีบทบาทสำคัญในการสร้าง Soft Power ของประเทศ ที่สำคัญประเทศไทยยังมีศักยภาพในการใช้เครือข่ายต่างประเทศ โดยเฉพาะเครือข่ายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตานานาชาติ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก
“หากรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในเรื่องดังกล่าว กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมจะศึกษาแนวทางและกรณีศึกษาจากต่างประเทศ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณา และเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในระยะยาว” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว
