IN NEWS

ครม.รับรอง 'Global Fraud Summit' ย้ำบทบาทต่อต้านการฉ้อโกงข้ามพรมแดน



กรุงเทพฯ-ครม. เห็นชอบให้ไทยร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุม Global Fraud Summit ย้ำบทบาทเชิงรุกต่อต้านการฉ้อโกงข้ามพรมแดน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ให้ประเทศไทยร่วมรับรองร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุม Global Fraud Summit จำนวน 2 ฉบับ และประกาศคำมั่นของประเทศไทยเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง ในการประชุมซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–17 มีนาคม 2569 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

รองโฆษกฯ กล่าวว่า เอกสารผลลัพธ์ของการประชุมที่ไทยจะร่วมรับรอง ประกอบด้วย
(1) ร่างเอกสารส่งเสริมการดำเนินการเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง (Call to Action on Combatting Fraud) และ
(2) ร่างกรอบความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง (Global Public-Private Partnership Framework against Fraud)

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกประกาศคำมั่นเพื่อสะท้อนแนวทางดำเนินการเพิ่มเติมในการรับมือกับปัญหาการฉ้อโกง ซึ่งสำหรับประเทศไทย จะเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การบูรณาการข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ในการติดตามเส้นทางการเงินและพิสูจน์การฉ้อโกง และการกระชับความร่วมมือทั้งในระดับระหว่างประเทศและระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันปราบปรามและการช่วยเหลือผู้เสียหายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การประชุม Global Fraud Summit ครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นเวทีระดับสูงที่มุ่งผลักดันเจตนารมณ์ทางการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือกับ “อาชญากรรมการฉ้อโกง” โดยเฉพาะอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเป็นภัยคุกคามข้ามชาติที่ส่งผลต่อทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของประชาชน และความปลอดภัยของประชาคมโลก

สำหรับร่างเอกสารทั้ง 2 ฉบับ มีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังและแบ่งปันข้อมูล การเสริมสร้างประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การป้องกันและคุ้มครองประชาชน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การต่อต้านการฉ้อโกงมีความครอบคลุมและสอดรับกับรูปแบบอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงบทบาทนำและยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน ในการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง โดยเฉพาะการต่อยอดจากการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งไทยและสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เป็นเจ้าภาพร่วมจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนธันวาคม 2568

“รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมการฉ้อโกง โดยเฉพาะภัยหลอกลวงทางออนไลน์ที่กระทบประชาชนในวงกว้าง การเข้าร่วม Global Fraud Summit ครั้งนี้จะช่วยยกระดับบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ และเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ” นางสาวลลิดา กล่าว