OPINION

สงครามทรัพยากรและเงินตรา: อาวุธที่ กำหนดระเบียบโลกใหม่  โดย: ฟอนต์ สีดำ



บทนำ: เมื่อเศรษฐกิจโลกกลายเป็นสนามยุทธศาสตร์

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โครงสร้างอำนาจของระบบโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ—โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน—ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความขัดแย้งทางการค้า แต่ได้ขยายตัวกลายเป็นการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี การเงิน และอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์

ในบริบทเช่นนี้ สินทรัพย์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ เช่นทองคำ โลหะเงิน และแร่ธาตุหายากกลับถูกยกระดับให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในเกมอำนาจระดับโลก ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ก็กำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในความสามารถทางเศรษฐกิจและการทหารของรัฐมหาอำนาจ

การแข่งขันดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียง “สงครามการค้า” หากแต่เป็นสงครามทรัพยากรและสงครามการเงินที่กำลังท้าทายระเบียบโลกเดิมซึ่งมีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลางบทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์ปรากฏการณ์ดังกล่าวผ่านสามสมรภูมิสำคัญ ได้แก่สงครามห่วงโซ่อุปทานและแร่ธาตุหายาก, สงครามการเงินระหว่างทองคำกับดอลลาร์, สมรภูมิชี้ขาดของเทคโนโลยี AIซึ่งทั้งหมดนี้กำลังหล่อหลอมโครงสร้างอำนาจใหม่ของโลกในศตวรรษที่ 21

สมรภูมิที่หนึ่ง

แร่ธาตุหายากและห่วงโซ่อุปทาน: เมื่อวัตถุดิบกลายเป็นอาวุธ

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการแข่งขันมหาอำนาจในยุคปัจจุบันคือการควบคุมห่วงโซ่อุปทานของทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์โดยเฉพาะแร่ธาตุหายาก (Rare Earth Elements: REEs)แร่ธาตุหายากประกอบด้วยโลหะ 17 ชนิดที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น นีโอไดเมียม ดิสโพรเซียม และแลนทานัม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบอาวุธขั้นสูง

รายงานของU.S. Geological Survey (USGS)ระบุว่า จีนเป็นผู้ผลิตแร่ธาตุหายากมากกว่า 60–70% ของโลก และยังควบคุมกระบวนการแปรรูปมากกว่า 80% ของตลาดโลกสถานการณ์ดังกล่าวทำให้จีนมีอำนาจต่อรองอย่างมหาศาลในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีตัวอย่างที่ชัดเจนคือเครื่องบินรบ F-35 ของสหรัฐอเมริกาซึ่งต้องใช้แร่ธาตุหายากเกือบ 900 ปอนด์ต่อเครื่องในการผลิตส่วนประกอบสำคัญ เช่น ระบบเรดาร์และแม่เหล็กกำลังสูง

เมื่อจีนเริ่มใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุเหล่านี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงถูกตีความว่าเป็นการใช้อาวุธทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างแรงกดดันต่อคู่แข่งทางยุทธศาสตร์นอกจากนี้ จีนยังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเป็นหัวใจของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล AI

ข้อมูลจากInternational Energy Agency (IEA)ระบุว่า จีนควบคุมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมากกว่า 70% ของโลกในยุคที่ศูนย์ข้อมูลและโครงข่ายไฟฟ้าต้องการระบบกักเก็บพลังงานขนาดมหาศาล การควบคุมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่จึงเทียบได้กับการควบคุม “เชื้อเพลิงของเทคโนโลยี”ดังนั้น เมื่อจีนใช้มาตรการควบคุมการส่งออกทั้งแร่ธาตุหายากและแบตเตอรี่ การเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ของสงครามการค้ากล่าวอีกนัยหนึ่ง ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสนามรบทางเศรษฐกิจ

สมรภูมิที่สอง

ทองคำกับสงครามการเงิน: การท้าทายอำนาจของดอลลาร์

ในขณะที่จีนใช้ทรัพยากรทางกายภาพเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ สหรัฐอเมริกากลับมีความได้เปรียบในอีกสนามหนึ่ง นั่นคือระบบการเงินโลกตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ดอลลาร์สหรัฐได้กลายเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลกภายใต้ระบบ Bretton Woodsแม้ว่าระบบดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี 1971 เมื่อสหรัฐยกเลิกมาตรฐานทองคำ แต่ดอลลาร์ยังคงรักษาสถานะศูนย์กลางของระบบการเงินโลกผ่านตลาดการเงินขนาดใหญ่และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มตั้งคำถามต่ออำนาจของดอลลาร์หนึ่งในแนวโน้มสำคัญคือกระบวนการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization)ซึ่งได้รับการผลักดันจากกลุ่มประเทศ BRICS และพันธมิตรทางเศรษฐกิจอื่น ๆในบริบทนี้ทองคำได้กลับมาได้รับความสำคัญอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์

ข้อมูลจากWorld Gold Councilระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกได้เพิ่มการซื้อทองคำในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยจีน รัสเซีย และประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งเป็นผู้ซื้อหลักทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอีกต่อไป แต่กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงทางการเงินในโลกที่ความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์เริ่มสั่นคลอนอย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกายังคงมีเครื่องมือสำคัญในการรักษาอำนาจของเงินดอลลาร์

หนึ่งในกลไกใหม่คือStablecoinซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการตรึงมูลค่าไว้กับดอลลาร์Stablecoinเช่น USDT และ USDC ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมรวมสูงกว่าระบบบัตรเครดิตบางเครือข่าย

เนื่องจาก Stablecoinจำเป็นต้องมีเงินดอลลาร์หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นหลักประกัน การเติบโตของระบบนี้จึงช่วยเพิ่มความต้องการดอลลาร์ในระบบการเงินโลกนอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐยังเป็นอีกกลไกสำคัญในการดูดซับเงินทุนจากทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดของตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเงินทุนระหว่างประเทศที่ไหลเข้าสู่ตลาดเหล่านี้จำเป็นต้องถูกแปลงเป็นดอลลาร์ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของเงินสกุลนี้ด้วยเหตุนี้ สงครามการเงินระหว่างจีนกับสหรัฐจึงเป็นการแข่งขันระหว่าง“สินทรัพย์จริง” กับ “อำนาจของตลาดการเงิน”

สมรภูมิที่สาม

เทคโนโลยี AI: สนามรบชี้ขาดของศตวรรษที่ 21

แม้ว่าสงครามทรัพยากรและการเงินจะมีความสำคัญ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าสมรภูมิที่แท้จริงของการแข่งขันมหาอำนาจอยู่ที่เทคโนโลยี AI

AI ได้กลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ไปจนถึงระบบอาวุธอัตโนมัติในสนามนี้ สหรัฐอเมริกาและจีนได้เลือกยุทธศาสตร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ยุทธศาสตร์ของสหรัฐ: ควบคุมต้นน้ำเทคโนโลยี

สหรัฐมุ่งเน้นการครอบครองเทคโนโลยีแกนหลัก เช่นชิปประมวลผลขั้นสูงโมเดล AI ระดับพื้นฐาน (Foundational AI models)ซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์บริษัทอย่าง OpenAI, NVIDIA และ Intel เป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศเทคโนโลยีนี้รัฐบาลสหรัฐยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อสร้างสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่าNational Technology Ecosystem

ยุทธศาสตร์ของจีน: ครองปลายน้ำของ AI

ในทางกลับกัน จีนมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ AI ในระดับมหภาค เช่นระบบเมืองอัจฉริยะ , โลจิสติกส์อัตโนมัติ , หุ่นยนต์และโดรน , ระบบ Internet of Things (IoT)แพลตฟอร์มอย่างTikTokยังสะท้อนถึงความสามารถของจีนในการใช้ AI เพื่อสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในระดับโลก

ยุทธศาสตร์นี้มักถูกอธิบายว่าเป็นโมเดล“Fast follower to first mover”คือการเริ่มต้นจากการตามหลัง แต่เร่งพัฒนาเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระยะยาว

ตารางเปรียบเทียบยุทธศาสตร์มหาอำนาจ

ด้านยุทธศาสตร์

สหรัฐ

จีน

ทรัพยากร

พึ่งพาการนำเข้า

ควบคุมการผลิต

เทคโนโลยี

ครองต้นน้ำ AI

ครองการใช้งาน

การเงิน

ดอลลาร์และตลาดทุน

ทองคำและ BRICS

ห่วงโซ่อุปทาน

กระจายความเสี่ยง

ควบคุมการผลิต

โลหะเงิน: ตัวแปรใหม่ของสมรภูมิทรัพยากร

นอกเหนือจากทองคำ นักวิเคราะห์หลายคนเริ่มให้ความสนใจกับโลหะเงิน (Silver)ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในอุตสาหกรรมและการเงินโลหะเงินเป็นส่วนประกอบสำคัญของแผงโซลาร์เซลล์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระบบพลังงานหมุนเวียน

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรมเหล่านี้ทำให้ราคาโลหะเงินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นนักวิเคราะห์บางรายยังสังเกตเห็นปรากฏการณ์Backwardationซึ่งราคาตลาดจริงสูงกว่าราคาฟิวเจอร์สปรากฏการณ์ดังกล่าวมักสะท้อนถึงการขาดแคลนอุปทานในตลาดจริงหากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป โลหะเงินอาจกลายเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์อีกชนิดหนึ่งในระบบเศรษฐกิจโลกวิกฤตความเชื่อมั่น: รากฐานของการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกเบื้องหลังการแข่งขันทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์การเมืองเรียกว่าCrisis of Trustหรือวิกฤตความเชื่อมั่นต่อระบบระเบียบโลกเดิมหลายประเทศเริ่มตั้งคำถามว่าโครงสร้างการเงินโลกที่มีดอลลาร์เป็นศูนย์กลางยังสามารถตอบสนองต่อผลประโยชน์ของทุกประเทศได้หรือไม่ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ทำให้รัฐต่าง ๆ ต้องมองหาวิธีสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของตนเองผลลัพธ์คือการเกิดขึ้นของแนวโน้มใหม่ เช่นการสะสมทองคำโดยธนาคารกลาง , การกระจายห่วงโซ่อุปทาน , การพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ , กระบวนการเหล่านี้กำลังนำไปสู่การจัดระเบียบอำนาจใหม่ของโลก

บทสรุป

ยุทธศาสตร์เพื่ออยู่รอดในระเบียบโลกใหม่การแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนกำลังดำเนินไปในหลายสมรภูมิพร้อมกันตั้งแต่ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบการเงิน ไปจนถึงเทคโนโลยี AIแต่หัวใจของความขัดแย้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ราคาทองคำหรือโลหะเงินเพียงอย่างเดียวหากอยู่ที่การต่อสู้เพื่อกำหนดกติกาของระบบโลกในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รัฐและองค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์ว่าจะปรับตัวอย่างไรเพื่ออยู่รอดในระเบียบโลกใหม่เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่สามารถควบคุมทั้งทรัพยากร เทคโนโลยี และระบบการเงินได้พร้อมกัน อาจเป็นผู้กำหนดทิศทางของโลกในศตวรรษที่ 21แล้ว “ยุทธศาสตร์ของประเทศไทย จะยึดแนวทางใดในการที่จะยืนอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างมีศักดิ์ศรี” ในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

International Energy Agency. (2023). Global Supply Chains of EV Batteries.

U.S. Geological Survey. (2024). Rare Earths Statistics and Information.

World Gold Council. (2024). Central Bank Gold Reserves Report.

Eichengreen, B. (2019). Globalizing Capital: A History of the International Monetary System. Princeton University Press.

Tooze, A. (2022). Shutdown: How Covid Shook the World's Economy. Viking.

Wagner, G. (2024). Silver Market Analysis and Forecast. Goforecast.com