LIFE & STYLE

มาสัมผัสการพักผ่อนแบบSoul of Rest ผ่านการออกแบบแรงบันดาลใจท้องถิ่น 



กรุงเทพฯ-OUTRIGGER Phi Phi Island Resort รีสอร์ตระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่บนชายหาดทรายขาวของเกาะพีพี ประเทศไทย เตรียมเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมนำเสนอพื้นที่พักผ่อนริมชายหาดแห่งใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบสไตล์ไทยภาคใต้ และแนะนำแนวคิด “นิทรา” หรือ “จิตวิญญาณแห่งการพักผ่อน” ที่ชวนให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสถึง ความผ่อนคลาย และการฟื้นฟูทั้งกายและใจ

รีสอร์ตริมทะเลแห่งนี้ซึ่งได้รับการรีแบรนด์ใหม่ ได้รับการออกแบบโดย OPENDESIGNER สตูดิโอด้านครีเอทีฟชื่อดังจากกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ของเกาะพีพีและทะเลอันดามัน แนวคิดหลักของโครงการคือการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยให้ภูมิทัศน์ของต้นไม้เขตร้อน ชายหาดทราย และหน้าผาหินปูนเป็นองค์ประกอบที่กำหนดตัวตนของรีสอร์ต ด้วยแนวคิดนี้ รีสอร์ตจึงดูกลมกลืนราวกับเติบโตขึ้นมาจากธรรมชาติริมชายฝั่ง โดยเฉพาะเมื่อผู้เข้าพักเดินทางมาถึงทางเรือ ซึ่งเป็นวิธีเดียวในการเข้าถึงรีสอร์ต อาคารที่มีความสูงไม่มากจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นริมชายฝั่งราวกับภาพลวงตาที่เปล่งประกายเหนือผืนน้ำ เมื่อเดินทางมาถึง ผู้เข้าพักจะได้รับการต้อนรับด้วยพิธี “รับขวัญ” แบบดั้งเดิม พร้อมกำไลลูกปัดทำมือ ซึ่งเป็นพิธีต้อนรับอันอบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุมชนท้องถิ่น อูรักลาโวยจ (Urak Lawoi)

สุธรรม เกษเสนา หัวหน้านักออกแบบจาก OPENDESIGNER กล่าวว่า “จากมุมมองของนักออกแบบ เราให้ความสำคัญกับการรักษาองค์ประกอบสำคัญของเกาะตั้งแต่เริ่มต้น แนวทางการออกแบบของเราจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพต่อธรรมชาติที่มีอยู่เดิม โดยเลือกใช้วัสดุ การออกแบบสัดส่วน และรูปแบบที่กลมกลืนกับระบบนิเวศโดยรอบ เป้าหมายคือการทำให้งานสถาปัตยกรรมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเกาะ ไม่ใช่สิ่งที่แทรกเข้ามา พร้อมทั้งยังคงบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเกาะพีพีเอาไว้อย่างชัดเจน”

เมื่อผู้เข้าพักได้ใช้เวลาพักผ่อนในเกาะแห่งนี้แล้ว พวกเขาจะได้สัมผัสกับแนวคิด นิทรา ที่ถ่ายทอดผ่านประสบการณ์การพักผ่อนทั่วทั้งรีสอร์ต การใช้โทนสีอ่อนที่ซ้อนทับกันอย่างนุ่มนวลและการออกแบบที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ช่วยลดความตึงเครียดทางสายตาและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อน วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ หวาย เชือก และหิน ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ขณะที่ผ้าทอ ลวดลายสิ่งทอของภาคใต้ และงานหัตถกรรมท้องถิ่น ถูกนำมาใช้ในงานตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์อย่างกลมกลืน เพื่อเชื่อมโยงผู้เดินทางเข้ากับเสน่ห์ของที่พัก และค่อย ๆ นำพาให้เข้าสู่สภาวะแห่งความผ่อนคลายทั้งกายและใจ

ชุมชนพื้นเมือง อูรักลาโวยจ ได้ใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติในภาคใต้ของประเทศไทยมานานหลายศตวรรษ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมเหล่านี้ถูกนำมาถ่ายทอดภายในรีสอร์ต รายละเอียดการตกแต่งต่าง ๆ เช่น เครื่องมือประมงและลูกปัดแบบดั้งเดิม ได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตริมทะเลและภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนจะนำมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของรีสอร์ตระดับลักชัวรี

ห้องสวีทและวิลล่าทั้งหมด 63 ห้อง ถูกออกแบบให้สะท้อนความรู้สึกโปร่งโล่ง บรรยากาศแห่งความสงบ และการเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของเกาะ เฟอร์นิเจอร์ทำมือ สิ่งทอจากวัสดุธรรมชาติ และลวดลายงานสาน ถูกผสานเข้ากับความสะดวกสบายแบบบ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับทันสมัย เพื่อมอบพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่เปี่ยมด้วยความหรูหราและความสงบ ขณะเดียวกัน ทางเดินภายในรีสอร์ตที่ร่มรื่นยังถูกออกแบบให้มีจุดพักสายตาตามธรรมชาติ ทั้งมุมนั่งเล่นและวิวที่ถูกจัดวางอย่างตั้งใจ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้หยุดพัก ใช้เวลา และซึมซับบรรยากาศตรงหน้า แทนที่จะเพียงเดินผ่านไป ห้องอาหารของรีสอร์ตให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบตามฤดูกาล รวมถึงอาหารทะเลสดจากทะเลอันดามัน พร้อมวิวทะเลแบบพาโนรามาที่ช่วยเชื่อมโยงผู้เข้าพักกับเสน่ห์ของที่พัก ขณะที่สปาของรีสอร์ตมีการบำบัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ การออกแบบสปาได้รับแรงบันดาลใจจากสีของลูกปัดโบราณ ได้แก่ สีแดงเข้ม สีน้ำตาลเอิร์ธโทน และสีฟ้าเทอร์ควอยซ์น้ำทะเล ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถเสริมพลังชีวิตและช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

กระบวนการออกแบบยังสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของรีสอร์ต โดยลดการใช้วัสดุที่ต้องนำเข้าจากที่อื่น เพื่อลดผลกระทบต่อภูมิทัศน์และลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมจากการขนส่ง องค์ประกอบที่ไม่จำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับธรรมชาติท้องถิ่นถูกปรับเปลี่ยนออกไป พร้อมทั้งนำลักษณะภูมิประเทศตามธรรมชาติ ระบบการระบายอากาศ แสงธรรมชาติ และทิศทางลมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาพลังงานของรีสอร์ต