IN NEWS
'6ปั้มชั้นนำ'ยืนยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน ชี้บางปั๊มขาดเหตุคนตื่นข่าวแห่เติมจนล้น
กรุงเทพฯ-รัฐบาลยืนยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน ชี้บางปั๊มขาดช่วงจากความต้องการสูงกว่าปกติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569) เวลา 13.20 น. ณ ห้องประชุมชี้แจงคณะกรรมาธิการ (สส.) ห้อง CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. บริษัท บางจาก บริษัท พีที บริษัท เชลล์ บริษัท ซัสโก้ และบริษัท คาลเท็กซ์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามผลกระทบด้านพลังงานและเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคดังกล่าว โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
ที่ประชุมได้รับรายงานจากกระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่า ประเทศไทยยังสามารถบริหารจัดการน้ำมันดิบได้เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญผู้บริหารจากบริษัทพลังงานและผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของประเทศเข้าร่วมการประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์จริงของการจัดหาน้ำมันและการกระจายสู่สถานีบริการ โดยทุกฝ่ายยืนยันตรงกันว่าน้ำมันหน้าปั๊มยังมีปริมาณเพียงพอ และประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลต่อสถานการณ์การขาดแคลน
ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ได้ตรวจสอบปริมาณน้ำมันสำรองทั่วประเทศในคลังน้ำมันจำนวน 53 คลัง รวม 589 ถัง พบว่ามีน้ำมันสำรองเพื่อการค้าอยู่ประมาณ 1,400 ล้านลิตร และน้ำมันสำรองตามกฎหมายประมาณ 3,400 ล้านลิตร รวมกันคิดเป็นปริมาณสำรองราว 39 วัน นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งอีกประมาณ 27 วัน และปริมาณน้ำมันที่มีสัญญาจัดหายืนยันแล้วอีกประมาณ 30 วัน ส่งผลให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวมขั้นต่ำประมาณ 96 วัน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งและการกระจายน้ำมัน เพื่อให้สามารถจัดสรรน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและเพียงพอต่อความต้องการ
ด้าน ดร.คงกระพัน อินทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. ได้เตรียมความพร้อมด้านการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครือข่ายการจัดหาน้ำมันจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งจากสหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก และภูมิภาคลาตินอเมริกา เพื่อรองรับความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีแหล่งจัดหาน้ำมันที่เพียงพอ และสามารถนำเข้าน้ำมันดิบได้อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของ ปตท. ซึ่งดูแลกำลังการจัดหาน้ำมันประมาณร้อยละ 60 ของการใช้ทั้งประเทศ ยังคงสามารถดำเนินการจัดหาและบริหารจัดการน้ำมันได้ตามปกติ โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเติมสต็อกและรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ผู้แทนบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย บริษัท พีที บริษัท บางจาก บริษัท ซัสโก้ และบริษัท คาลเท็กซ์ ต่างยืนยันตรงกันว่าสามารถบริหารจัดการปริมาณน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในบางพื้นที่อาจเกิดภาวะน้ำมันหมดชั่วคราวในบางช่วงเวลา เนื่องจากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติในระยะนี้ แต่ได้เร่งเพิ่มการขนส่งและกระจายน้ำมัน เพื่อให้สถานีบริการสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเพียงพอ
ด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ พบว่าผู้ประกอบการบางส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมัน อย่างไรก็ตาม ได้มีการชี้แจงให้ผู้ประกอบการทราบว่าน้ำมันยังมีเพียงพอ โดยในบางกรณีที่รถบรรทุกขนส่งเข้าคิวเติมน้ำมันที่สถานีบริการ เนื่องจากราคาถูกกว่าการเติมผ่านผู้ค้าส่ง (Jobber) ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในบางช่วง ซึ่งภาครัฐจะพิจารณามาตรการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสมดุลในการกระจายน้ำมัน
ในช่วงท้าย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวย้ำว่า สถานการณ์น้ำมันของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีภาวะขาดแคลน โดยตั้งแต่ต้นทางของน้ำมันดิบจนถึงการกระจายสู่สถานีบริการ กระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. ได้ยืนยันว่ามีการเตรียมปริมาณน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้งานภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความกังวลของประชาชนในช่วงสถานการณ์ความไม่แน่นอนของภูมิภาค อาจทำให้เกิดการเร่งซื้อหรือกักตุน ส่งผลให้บางสถานีบริการมีน้ำมันจำหน่ายน้อยกว่าปกติในบางช่วงเวลา
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงาน ประสานความร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน และบริหารจัดการการกระจายน้ำมันให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอ และประชาชนสามารถใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวล
