IN NEWS
ศบก.อัปเดตสถานการณ์ตอ.กลางในวันนี้ ไร้เงา3ลูกเรือ/พณ.ชู3ธงลดค่าครองชีพ
กรุงเทพฯ-การแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) วันที่ 25 มีนาคม 2569รัฐบาลคุมราคาสินค้าเข้ม เตรียมเพิ่มสินค้าควบคุมเป็น 71 รายการ เร่งช่วยคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 1,486 คน
วันนี้ เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวโดย นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ และนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ โดยร่วมชี้แจงประเด็นข้อสงสัยของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้
• ราคาสินค้าและค่าครองชีพขณะนี้เป็นอย่างไร และภาครัฐมีมาตรการดูแลอย่างไร
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และดูแลให้สินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการจำนวนมากทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งสถานีบริการน้ำมัน ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตร และตลาดค้าปลีกค้าส่ง โดยพบว่าภาพรวมสินค้าอุปโภคบริโภคยังมี “ปริมาณเพียงพอ” และ “ราคาส่วนใหญ่ยังทรงตัว” แม้ว่าสินค้าบางกลุ่มจะมีการปรับเพิ่มตามต้นทุน เช่น เนื้อสุกร ไก่ ไข่ และบรรจุภัณฑ์พลาสติก ในด้านการกำกับดูแล มีการรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 อย่างต่อเนื่อง และดำเนินการตรวจสอบทั้งกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคา ราคาไม่ตรงป้าย และกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร โดยหากตรวจสอบพบความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดจนถึงที่สุด สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้ามาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการ “ธงฟ้า” เพื่อจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดและลดค่าครองชีพ โครงการ “ธงเขียว” เพื่อลดต้นทุนปุ๋ยให้เกษตรกร และโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตรายใหญ่และรายเล็ก เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าในราคาที่เหมาะสม
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเพิ่มจำนวน “สินค้าควบคุม” จากเดิม 59 รายการ เป็น 71 รายการ รวมเพิ่มอีก 12 รายการ เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด และเม็ดพลาสติก รวมถึงเพิ่มรายการสินค้าที่ต้อง “ขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา” จากเดิม 8 รายการ เป็น 21 รายการ หรือเพิ่มอีก 13 รายการ เช่น กระดาษชำระ สบู่ แชมพู และผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้การกำกับดูแลราคาสินค้าเป็นไปอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
• สถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นอย่างไร และการช่วยเหลือคนไทยคืบหน้าแค่ไหน
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง แม้จะมีความพยายามในการเจรจาทางการทูตระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยสหรัฐอเมริกาได้เสนอแนวทางการยุติความขัดแย้งต่ออิหร่าน รวมถึงประเด็นการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับ
สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ในส่วนการช่วยเหลือคนไทย มีความคืบหน้าสำคัญ โดยลูกเรือ 3 คนที่ยังติดอยู่บนเรือบรรทุกสินค้า “มยุรีนารี” ยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานะ โดยไทยได้ประสานงานกับประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เรือบรรทุกน้ำมันของไทยบางส่วนสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และยังมีบางส่วนอยู่ระหว่างรอผ่านเส้นทาง แรงงานไทย 4 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว และจะมีคนไทยอีก 8 คนเดินทางกลับเพิ่มเติม สำหรับร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย
จากเหตุการณ์ในอิสราเอล มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยช่วงเช้าวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดสถานการณ์จนถึงปัจจุบัน มีคนไทยได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่เสี่ยงในภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทยหรือประเทศที่สามแล้ว รวมทั้งสิ้น 1,486 คน รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยทุกคนให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกอย่างปลอดภัย
