POLITICS

เสียงโอดครวญ!มะนาวแพงและน้ำมันพุ่ง แม่ค้าส้มตำพ่วงข้างทุนพุ่ง-กำไรหด



พังงา -เสียงโอดครวญหน้าครกมะนาวแพง น้ำมันพุ่ง พ่นพิษใส่แม่ค้าส้มตำพ่วงข้าง ต้นทุนพุ่ง-กำไรหด แต่กัดฟันตรึงราคาหวังรักษาลูกค้าแต่ต้องแบกรับขายราคาเดิม

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจปัญหาราคามะนาวพุ่งสูง ในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่าจังหวัดพังงา ซึ่งส่งผลกระทบให้กับแม่ค้าส้มตำพ่วงข้างที่ต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้นทั้งมะนาวที่เป็นวัตถุดิบหลักของส้มตำ และน้ำมันที่เป็นต้นทุนในการเคลื่อนที่ไปหาลูกค้า ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน

ทางนางประภัสสร ภาษีอินทร์ แม่ค้าส้มตำสามล้อพ่วงข้าง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เปิดเผยว่า ในขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ "มะนาว" ที่มีราคากระโดดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ "ราคาน้ำมัน" ที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ส้มตำรถพ่วงข้าง ซึ่งต้องใช้ทั้งน้ำมันในการขับขี่ตระเวนขายสินค้าและใช้มะนาวสดเป็นวัตถุดิบสำคัญ

สำหรับมะนาวจัมโบ้ ที่ตนเองนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการตำส้มตำ กิโลกรัมละ 135 บาทซึ่ง ราคามะนาวที่แพงขึ้นทำให้กำไรลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะรถพ่วงข้างมีต้นทุนค่าน้ำมันในการเข้าถึงลูกค้าตามตรอกซอกซอย เมื่อน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนแฝงจึงเพิ่มขึ้นตาม แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังเลือก "ขายราคาเดิม" ถุงละ 50 บาทเ ไก่ย่างไม้ละ 25 บาท พราะเกรงใจลูกค้าและเข้าใจสภาพเศรษฐกิจของคนในชุมชน ทำให้ต้องยอมลดกำไรของตัวเองลงเพื่อประคองอาชีพ

จึงเรียกร้องถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลกลไกราคามะนาว ไม่ให้สูงเกินเกณฑ์และช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมันพิจารณาแนวทางลดภาระค่าน้ำมันสำหรับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรถพ่วงข้างหรือรถเร่ขายของ ซึ่งหวังว่าเสียงสะท้อนนี้จะได้รับการพิจารณาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ทำมาหากินโดยสุจริตต่อไป