BANGKOK
เขตทุ่งครุ-คลองสามวาตรวจสอบลักลอบ ทิ้งขยะมูลฝอยในพื้นที่จับได้เจอหนัก
กรุงเทพฯ-เขตทุ่งครุ-เขตคลองสามวา ตรวจสอบลักลอบทิ้งขยะมูลฝอยในพื้นที่ หากพบการกระทำผิดพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นางประเพ็ญ ดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้มงวดตรวจสอบและดำเนินการกับผู้ลักลอบประกอบกิจการรับทิ้งขยะมูลฝอยโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังเข้าตรวจสอบบ่อขยะผิดกฎหมายในพื้นที่เขตทุ่งครุ บริเวณซอยประชาอุทิศ 72 ว่า สำนักงานเขตฯ ได้มีมาตรการดำเนินการกับผู้ลักลอบประกอบกิจการรับทิ้งขยะมูลฝอยโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 ได้ลงพื้นที่ดังกล่าว ขณะตรวจสอบไม่พบผู้ดูแลและพบบริเวณดังกล่าวมีการนำขยะและเศษวัสดุก่อสร้างเข้ามาถมที่ จากนั้น เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 69 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวอีกครั้ง พบมีการนำเศษวัสดุก่อสร้างและขยะทั่วไปผสมกับพลาสติกเข้ามาถมในพื้นที่ ซึ่งผู้ดูแลแจ้งว่าได้มีการนำขยะและเศษวัสดุเข้ามาเพื่อถมที่ฟรี ซึ่งไม่เข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบฝุ่นจากเศษวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ แต่ไม่ได้รับกลิ่นเหม็น เจ้าหน้าที่จึงได้ออกแบบตรวจแนะนำฯ ให้หามาตราการป้องกันฝุ่นไม่ให้รบกวนผู้พักอาศัยใกล้เคียง โดยให้ระยะเวลาดำเนินการ 7 วัน และเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 69 ได้ลงพื้นที่ติดตามผล ขณะตรวจสอบไม่มีกลิ่นเหม็น แต่ยังพบมีฝุ่นในพื้นที่ ตรวจสอบพบผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งสแลนและฉีดพรมน้ำ เพื่อป้องกันฝุ่นไม่ให้รบกวนผู้พักอาศัยใกล้เคียง และวันที่ 20 มี.ค. 69 ลงพื้นที่ติดตามอีกครั้ง พบพื้นที่ดังกล่าวปิดทำการ ตรวจสอบพบมีการขยับพื้นที่ให้ห่างจากบ้านพักอาศัยใกล้เคียงและได้นำสแลนมากั้นเพื่อป้องกันฝุ่น โดยผู้ดูแลพื้นที่แจ้งว่าได้หยุดดำเนินการแล้ว และจะเข้าพบฝ่ายโยธา สำนักงานเขตฯ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 69 สำนักงานเขตฯ ได้ลงพื้นที่ดังกล่าว พบผู้ดูแลแจ้งว่า ได้ดำเนินการเช่าที่รับฝังกลบขยะ ซึ่งการประกอบการดังกล่าว เข้าข่ายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2561 เจ้าหน้าที่จึงได้ออกแบบตรวจแนะนำฯ ให้หยุดประกอบกิจการดังกล่าวจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งจะได้ติดตามผลและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับกรณีสถานที่อื่น ๆ ในพื้นที่ สำนักงานเขตฯ ได้ออกตรวจพื้นที่ที่มีการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดลักลอบทิ้งขยะในที่สาธารณะจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับและประสานสถานีตำรวจท้องที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานเอกชนในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินและควบคุมการแปลงสภาพที่ดินเป็นที่ทิ้งขยะโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน เช่น ฝุ่นละออง กลิ่นรบกวน ผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตรากวดขันเฝ้าระวังไม่ให้มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเป็นประจำทุกวัน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันตรวจตราสอดส่อง หากพบการกระทำความผิดให้แจ้งฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตทุ่งครุ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป และหากประชาชนในพื้นที่ต้องการถมที่ในที่ดินของตนเองสามารถเข้ามายื่นขออนุญาตที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตฯ เพื่อขอใบอนุญาตถมดิน จึงสามารถดำเนินการถมดินในที่แปลงนั้น ๆ ได้ ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการจะดำเนินกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยซึ่งได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บและขนมูลฝอยจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ก่อนประกอบกิจการได้ที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตฯ
นางธัญนภัส มณีศรี ผู้อำนวยการเขตคลองสามวา กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ได้รับเรื่องร้องเรียน กรณีมีประชาชนได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง ซึ่งเกิดจากการปรับถมพื้นที่บริเวณซอยหนองระแหง 4 แยก 2 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินจำนวน 2 แปลง มีเจ้าของที่ดิน 2 ราย ขนาดแปลงละประมาณ 200 ตารางวา ซึ่งเข้าลักษณะไม่ต้องแจ้งการถมดินต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัติก กทม. เรื่อง ควบคุมการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2534 พร้อมทั้งได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 69 ฝ่ายเทศกิจได้ดำเนินคดีปรับเป็นพินัยต่อผู้กระทำผิดตามมาตรา 32 (2) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ฐานปล่อยปละละเลยให้ที่ดินของตนมีสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยที่อาจมองเห็นได้จากที่สาธารณะ โดยปรับเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท
สำหรับปัญหาฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ดูแลพื้นที่ให้ดำเนินการติดตั้งสแลนป้องกันฝุ่นและดำเนินการฉีดพรมน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง จากการสุ่มตรวจติดตามพบว่า ผู้ดูแลพื้นที่ได้ดำเนินการตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ส่วนวัสดุที่ใช้ถมพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า เป็นเศษวัสดุก่อสร้าง เศษไม้ และอินทรียวัตถุ เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ โดยไม่พบกลิ่นเน่าเหม็น ซึ่งผู้ดูแลพื้นที่แจ้งว่า การปรับถมพื้นที่ทั้ง 2 แปลงจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ จะติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลการดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน และหากพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป
