MARKETING

บริษัทโทฟูสกินแคร์ ประกาศลุยตลาดโลก ปั้นT-Beautyไทยสู่เวทีสากลเต็มกำลัง



กรุงเทพฯ – บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมความงามไทยสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง ภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond ASEAN – Beyond Borders, to Global Markets” มุ่งยกระดับ T-Beauty ให้ก้าวไกลกว่าอาเซียน ข้ามพรมแดน และเติบโตในตลาดสากลอย่างมั่นคง ด้วยการลงทุนด้านมาตรฐานการผลิตที่ควบคุมได้เอง 100% ควบคู่กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ

คุณปวริศา รัชวัลธาดากูล ประธานบริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า เส้นทางธุรกิจเริ่มต้นจากการขายสินค้าออนไลน์ในยุคเริ่มต้นของ Instagram ก่อนขยายสู่หน้าร้านในย่านประตูน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บริษัทเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคข้ามประเทศอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวตะวันออกกลาง และ ฟิลิปปินส์ที่สั่งซื้อสินค้าในปริมาณมาก และกลายเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดตลาดต่างประเทศ

ในระยะแรก บริษัทดำเนินธุรกิจแบบ Trading (ซื้อมาขายไป) ก่อนพัฒนาแบรนด์ของตนเองผ่านระบบ OEM โดยใช้ข้อมูลจากหน้าร้านและช่องทางออนไลน์มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านราคา บรรจุภัณฑ์ และคุณสมบัติสินค้า เพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดอย่างตรงจุด

เมื่อยอดขายเติบโตแตะระดับพันล้านบาท บริษัทพบข้อจำกัดของระบบ OEM ทั้งด้านต้นทุนและการควบคุมคุณภาพ โดยเฉพาะการตรวจสอบแบบสุ่มตัวอย่าง (Random Sampling) ที่ไม่ครอบคลุมทุกชิ้น บริษัทจึงตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานของตนเอง เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ (Upstream) ตรวจสอบคุณภาพทุกล็อตการผลิต (100% Testing) ตรวจเชื้อทุกแบตช์ และรับประกันอายุสินค้า 3 ปีตามที่ระบุบนฉลาก พร้อมตั้งเป้าพัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO 17025 ภายใน 3–5 ปี เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล

คุณปวริศา ให้ข้อมูลต่อว่า “Beyond ASEAN สำหรับเรา ไม่ใช่เพียงการขยายตลาด แต่คือการยกระดับมาตรฐานให้พร้อมก้าว Beyond Borders และเข้าสู่ Global Markets อย่างมั่นคง เราเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากคุณภาพที่ควบคุมได้เอง ตรวจสอบได้ทุกล็อต และตั้งราคาที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคทั่วโลก”

ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์ในเครือ 4 แบรนด์ ได้แก่ Precious Skin Thailand ที่เน้นตลาดต่างประเทศ, Joji Secret Young ที่แข็งแกร่งในตลาดไทยและเริ่มขยายสู่ตะวันออกกลาง, Lemon Me และThai Moni โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เด่น เช่น เคราตินทรีตเม้นต์ ราคาเริ่มต้นที่12บาท ภายใต้แนวคิด “ คุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ” รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Gluta Collagen   Astaxanthin ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดตะวันออกกลาง

ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะดูไบ ถูกวางเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญ ด้วยกำลังซื้อสูงและศักยภาพในการกระจายสินค้าไปยังหลายประเทศในภูมิภาค อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้า Medical Tourism ที่เดินทางมารับบริการด้านสุขภาพและความงามในประเทศไทย และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กลับไปใช้ต่อในประเทศของตน

คุณปวริศา เปิดเผยต่อว่า ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทใช้แนวคิด Quality-Lead Marketing      ลดการพึ่งพางบโฆษณาจำนวนมาก และใช้กลยุทธ์ “CEO Branding” ให้ผู้บริหารสื่อสารจุดยืนของแบรนด์ด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและความโปร่งใส “ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เราจึงเลือกสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เพราะสิ่งที่พูดคือสิ่งที่เราทำจริงในทุกขั้นตอนการผลิต”

บริษัทกำหนดนโยบาย “ขายราคาขายส่งตั้งแต่ชิ้นแรก ไม่มีขั้นต่ำ” เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านราคา พร้อมเดินหน้าขยายโมเดล “Tofu Skincare Mega Mart” จากร้านขนาด 800 ตารางเมตร สู่ Beauty Hub ขนาด 7,200 ตารางเมตร ด้วยงบลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท
เป็นศูนย์รวมสินค้าความงามครบวงจร ตั้งเป้าเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางการค้าของผู้ประกอบการพรีออเดอร์

อีกหนึ่งก้าวสำคัญ คือการเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 (CCA 2026) เวทีแสดงสินค้าความงามระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้ประกอบการและนักลงทุนจากทั่วโลก

คุณปวริศา กล่าวปิดท้ายว่า “CCA 2026 เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยได้แสดงศักยภาพในระดับสากล เราคาดหวังว่าจะได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อผลักดัน T-Beauty ให้ก้าว Beyond Borders อย่างเป็นรูปธรรม และเติบโตใน Global Markets อย่างยั่งยืน” ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การลงทุนด้านคุณภาพ และกลยุทธ์ตลาดที่แตกต่าง บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ยืนยันจุดยืนในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามไทย พร้อมประกาศศักยภาพ T-Beauty สู่เวทีโลกอย่างเต็มรูปแบบ