IN NEWS
นายกฯกล่าวในวันรักษ์มรดกไทยปี2569 ยันต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่นานาชาติ
กรุงเทพฯ-นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 รัฐบาลน้อมนำแนวทางตามพระราชปณิธานฯ ด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม ฟื้นฟู พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมในทุกแขนง ให้มรดกทางวัฒนธรรมไทยก้าวไกลสู่เวทีนานาชาติ
วันที่ 2 เมษายน 2569 นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ใจความว่า รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานงานศิลปวัฒนธรรมของชาติและมรดกไทย อีกทั้งทรงส่งเสริมการศึกษา การเรียนรู้ และการถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยสู่เยาวชน และประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง พระราชปณิธานอันแน่วแน่ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดพลังแห่งการตระหนักรู้ในคุณค่า และความสำคัญของมรดกไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นชาติ และเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ สั่งสม และถ่ายทอดสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันนี้ มรดกทางวัฒนธรรม ไม่ได้เป็นเพียงความภูมิใจของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจ ที่จะดึงดูดผู้คนให้ต้องการมาเยือน มาศึกษา และมาสร้างความร่วมมือในมิติต่าง ๆ กับประเทศไทย รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการสืบสานมรดกไทย โดยมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เวทีนานาชาติ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมในทุกแขนง ผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืน
“ในนามของรัฐบาล ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน ด้วยการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดมรดกไทย พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรัก ความหวงแหน และความภาคภูมิใจในมรดกของชาติแก่คนรุ่นหลัง ตามคำขวัญที่ว่า “การรักษามรดกไทยเป็นการรักษาชาติ” และในวาระอันเป็นมิ่งมหามงคลนี้ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมเฉลิมพระเกียรติ และน้อมใจถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยร่วมกันน้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานมรดกไทย มาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้คงความงดงามสืบไป”
