THAILAND
ผู้ว่าแปดริ้วลงพื้นที่อ.พนมฯ-แปลงยาว มอบนโยบายและแนวปฏิบัติราชการฯ
ฉะเชิงเทรา-เมื่อ 2 เมษายน 2569 ที่หอประชุมอำเภอพนมสารคาม และอำเภอแปลงยาว นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ แก่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ซึ่งเป็นการประชุมประจำเดือนเมษายน พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานจังหวัดจ่าจังหวัด ป้องกันจังหวัด ผู้แทนส่วนราชการระดับจังหวัด ร่วมรับฟัง ในโอกาสนี้ นายสุพจน์ ตรีรัตนนุกูล นายอำเภอพนมสารคาม กล่าวต้อนรับ นำหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ รับมอบนโยบายพร้อมขับเคลื่อนงานในพื้นที่ จากนั้น ในเวลา ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และคณะ เดินทางไปยังหอประชุมที่ว่าการอำเภอแปลงยาวเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอำเภอแปลงยาว กล่าวต้อนรับและนำหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ รับมอบนโยบาย นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 ทั่งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบนโยบาย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.ความมั่นคงพื้นฐาน ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความมั่นคงและด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ขับเคลื่อนผ่านนโยบาย/โครงการ อาทิ การจัดระเบียบตลาด มาตรการควบคุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน การจัดระเบียบทางเท้าและที่จอดรถในบริเวณที่มีการกั๊กที่จอด จนถึงวันนี้ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้การเตือนในเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึงขยับไปยังหาหนัก ในฐานะผู้นำให้ส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมีกินดีกว่ามีเงิน ต้องวิเคราะห์สถานการณ์ว่าทำอย่างไรจะลดรายจ่ายให้คนในชุมชน ให้ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง รอบคอบ การดูแลคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ การเฝ้าระวังปัญหาเดิม ปัญหาใหม่ ปัญหาเรื้อรัง ต้องแยกแยะและแก้ไขให้จบในระดับพื้นที่ ปัจจุบันได้มีการบูรณาการผังน้ำ จะถูกใช้ในการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในพื้นที่กับการบริหารจัดการน้ำ เรื่องปัญหาชลประทาน ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำทางเกษตร ให้มีความมั่นคง สมดุล
2.ความเป็นธรรม การบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน ในฐานะผู้นำ ให้ใช้หลัก Give and Take การให้และการรับ ต้องบริหารให้สอดคล้องกัน ถูกต้อง สมดุล ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ถูกที่ควร และการเป็นที่ยอมรับ จะช่วยยุติเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ให้ยุติธรรม การทำสิ่งใดให้มีหลักอิงในเรื่องของข้อกฎหมาย ให้ยึดประโยชน์ของประชาชน และส่วนรวมเป็นหลัก โดยผู้นำต้องประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ได้ บริหารความเสี่ยงเป็น นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ทุกคนเคารพกฏหมาย อย่าใช้ความเคยชินทำให้กลายเป็นสิ่งถูก อย่าทำเรื่องที่ผิดปกติให้กลายเป็นเรื่องปกติ ในพื้นที่โซนนี้เป็นพื้นที่ที่มีการลักลอบทิ้งการอุตสาหกรรม ในฐานะผู้นำ ต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในพื้นที่

3.ความยั่งยืน จะเห็นได้ว่าแผนในทุกระดับที่ทำ ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรม รวมทั้งความคิดของคนได้ ประชาชนเป็นหนี้ แต่ไม่ได้เกิดจากการลงทุนไม่ก่อให้เกิดรายได้ แต่เป็นหนี้จากการใช้จ่ายในชีวิต การส่งเสริมอาชีพต่างๆ ต้องบูรณาการในกลางน้ำด้วย ในเรื่องช่องทางการตลาด เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นเกิดความยั่งยืน ตั้งแต่มาตรฐานการผลิต การตลาด การลงทุน ต้องเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมทำให้คนรู้สึกว่าต้องทำอย่างไรถึงจะลดหนี้ ต้องพอเพียงหรือไม่ ทุกโครงการรัฐที่ลงชุมชนต้องเกิดความยั่งยืน และยังกล่าว
ฝากเรื่องการนำหลักของ 6 รู้ ไว้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตอันได้แก่ 1.รู้คน 2.รู้พื้นที่ 3.รู้หน้าที่ 4.รู้รักสามัคคี 5.รู้เท่าทัน 6.รู้จักกัน และได้หยิบยกคำกล่าวของ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ว่า “ต้องรู้จัก "อด" ในสิ่งที่ชอบ "ทน" ในสิ่งที่ชัง "ยับยั้งใจ" ในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร” ฝากให้ผู้นำได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการด้วย สุดท้ายในฐานะผู้นำ อย่าทิ้งชาวบ้านในยามชาวบ้านเกิดทุกข์ ให้ใช้ทฤษฎีปรากฎกาย ไปให้กำลังใจ ไปให้ความช่วยเหลือ หากไปเองไม่ได้ให้ส่งตัวแทนไป
ชวลิต ด้วงเงิน/ฉะเชิงเทรา
