POLITICS

สงกรานต์งานคดีคุ้มครองสิทธิไม่หยุด! โฆษกศาลยธ.เตือนคดีเมาขับช่วงเทศกาลไม่แผ่ว



สงกรานต์งานคดีคุ้มครองสิทธิไม่หยุด โฆษกศาลยุติธรรม เตือนคดีเมาขับช่วงเทศกาลไม่แผ่วเฉียด 2 หมื่นคดี ห่วงใยประชาชนขับขี่ไม่ประมาท ร่วมสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัย

วันที่ 10 เม.ย. 2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการบริหารจัดการคดีและการบริการประชาชนของศาลยุติธรรมช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ว่า ศาลยุติธรรมยังคงเปิดทำการผัดฟ้อง ฝากขัง รับและส่งตัวผู้ถูกจับตามหมายจับ พิจารณาคำร้องขอออกหมายค้น หมายจับ หมายปล่อย คำร้องขอปล่อยชั่วคราว การรับชำระค่าปรับในคดีอาญา และกรณีอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการพิจารณาพิพากษาคดีเมาแล้วขับ การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่ศาลแขวงและศาลจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ศาลยุติธรรมยังมีระบบออนไลน์อีกช่องทางหนึ่งให้ประชาชนยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ได้ทาง https://cios.coj.go.th ซึ่งจะมีผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่พิจารณาสั่งในช่วงวันหยุด ทั้งในศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลฎีกา

โฆษกศาลยุติธรรม ยังกล่าวถึงสถิติคดีการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้น (ศาลแขวงและศาลจังหวัด) ในช่วงรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย และการเฝ้าระวังป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนนระหว่างวันหยุดยาวด้วยว่า ตามรายงานสถิติย้อนหลังเมื่อปี 2568 ช่วงรณรงค์ 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. 2568 คดี พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้น รวม 21,343 คดี เฉลี่ย 3,049 คดีต่อวัน โดยฐานความผิดที่เป็นคดีสูงสุดคือ ขับรถขณะเมาสุรารวม 18,626 คดี อันดับสองฐานขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต รวม 2,278 คดี อันดับสามขับรถขณะเสพยาเสพติดรวม 427 คดี และอันดับสุดท้ายขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน รวม 12 คดี ขณะที่สถิติคดี พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ในช่วงระยะเวลาปกติของเดือนที่ไม่มีวันหยุดยาว ระหว่างเดือน ก.พ.-พ.ย. 2568 (273 วัน) เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้น รวม 68,433 คดี เฉลี่ย 250 คดีต่อวัน โดยฐานขับรถขณะเมาสุรายังเป็นความผิดที่เข้าสู่ศาลอันดับหนึ่งเช่นกัน รวม 32,941 คดี เมื่อเปรียบเทียบปริมาณคดี พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ โดยเฉลี่ยช่วงเทศกาลสงกรานต์เพียง 7 วันนับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงอื่นถึงกว่า 12 เท่า และความผิดขับรถขณะเมาสุรา เฉลี่ยสูงกว่าในช่วงอื่น 22 เท่า

ดังนั้นการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว จึงขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนขับขี่ด้วยความไม่ประมาท ใช้เส้นทางร่วมกันอย่างมีน้ำใจ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพอย่างสุขใจ