POLITICS
'มหาพจน์'ขอเล่นด้วยคนชี้หลวงตาสิ้นคิด ต้องชี้แจงได้แนะให้สอบสวนกลางทำคดี
นครปฐม-มหาพจน์ นายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย,อดีตที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษย์ชน สภาผู้แทนราษฎรณ์ ออกโรงชี้ต้องให้ตำรวจสอบสวนกลางรับโอนคดีไปทำต่อ หลัง ชุดพยัคฆ์ไพร เข้าตรวจสอบที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ พบบุกรุกปลูกสิ่งก่อสร้าง 48 หลัง บนป่าสงวน 12ไร่ และมีแทรกบ้านน๊อคดาวน์ อีก 108 ไร่ ย้ำเป็นห่วงหลวงตาสิ้นคิด ต้องให้โอกาสได้ชี้แจงข้อครหาและข้อสงสัยให้ชัดเจนต่อสังคม ทั้งการรุกป่าและคิดค่าใช้จ่ายบ้านน๊อคดาวน์ หลังละ 1 แสนถึง 5 แสนบาท โดยไม่เกี่ยวกับกระแสดราม่าและสร้างมาตรฐานการตรวจสอบการรุกพื้นที่ป่าทั้งหมดทั่วประเทศ

วันที่ 15 เมษายน 69 จากกรณีชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ในการตรวจสอบ ที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ หรือที่พักสงฆ์บ่อน้ำพระอินทร์ ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยยอดมน บ้านหินสูง หมู่ที่ 5 ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 3 เมษายน 69 ที่ผ่านมา โดย พบมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างลักษณะที่พักสงฆ์ แม่ชี หรือผู้มาปฎิบัติธรรม แซม หรือแทรก ระหว่างหรือไม้ยืนต้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจำนวน 48 รายการ ซึ่งสามารถคำนวณเนื้อที่ครอบครองดังกล่าวเนื้อที่ทั้งสิ้น 12 ไร่ 36 ตารางวา อันเป็นความผิดอันเป็นความผิดตาม พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ 2507, พรบ.ป่าไม้ พ.ศ 2484 ต่อมาได้มีการเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดินอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ แผ้วถางหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือเข้าครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นไม่เกิน 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจภูธรช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 69

ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้ถูกจับตาจากสังคมเนื่องจากเป็นพี่พักสงฆ์ที่ได้ก่อตั้งโดย หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า "พระสิ้นคิด" ซึ่งเป็นพระนักเทศน์ชื่อดังที่มีเหล่าศิลปินตลก ดารา อินฟลูเอ็นเซอร์ ได้เข้ามาให้กำลังใจและแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนที่หน้าสื่อและโลกโซเชียล อีกส่วนคือการตั้งประเด็นข้อสงสัยว่าการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และอยากจะให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้คลายข้อสงสัยในสังคมเนื่องจาก พระสิ้นคิด หรือ หลวงตาสิ้นคิด มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมากและการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการกลั่นแกล้งหรือมีการกระทำความผิดอย่างชัดเจนซึ่งต้องมีการออกมาชี้แจงต่อสังคมของทุกฝ่ายเพื่อความกระจ่างของเรื่องดังกล่าว
เรื่องดังกล่าว นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร หรือ "มหาพจน์" นายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย,อดีตที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษย์ชน สภาผู้แทนราษฎรณ์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นหลังจากได้ประสานสอบถามข้อมูลของคนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าว ว่าจากกรณีที่หน่วยเฉพาะกิจปรามปรามพิเศษ(พยัคฆ์ไพร)กรมป่าไม้ สนธิกำลังร่วมกับ สำนักงานการจัดทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี ฝ่ายปกครอง ตำรวจ บก.ปทส.และออป.และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 40 นาย ได้เข้าทำการตรวจสอบข้อร้องเรียนจากประชาชนอ้างว่าที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการพุทธอุทยาน แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงการเข้าร่วมโครงการพุทธอุทยาน รวมถึงได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ของโครงการพุทธอุทยาน ภายหลังการตรวจค้นพบว่ามีบุคคลเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และพบสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ซึ่งโดยหลักการโครงการพุทธอุทยาน จะก่อสร้างสิ่งใดก็แล้วแต่ต้องมีหัวหน้าหน่วยของกรมป่ามาเป็นผู้อนุญาต แต่ทราบว่าตอนนี้ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ไปรับหน้าที่เป็นผู้อนุญาต ซึ่งก็ดูแล้วน่าจะเชื่อได้ว่าผิดหลักการที่มีการตั้งไว้ตามกฏหมาย

นายศุภภัทร์พจน์ หรือ มหาพจน์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็น ที่พักสงฆ์ บนพื้นที่ 15 ไร่ และมีพื้นที่เข้าโครงการโครงการพุทธอุทยาน จำนวน 484 ไร่ รวม 499 ไร่ ซึ่งไม่เกิน 500 ไร่ตามระเบียบ โดยตามหลักการจะทำ กุฎิหรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องมีการขอเรื่องอนุญาตไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้รับการจัดตั้งให้เป็นวัด ที่ผ่านมาสอบถามคนในพื้นที่ก็ไม่ได้มีการขออนุญาตมาก่อน ซึ่งที่เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบคือมี 2 ส่วนคือ ส่วนแรกในพื้นที่ 12 ไร่ 36 ตารางวา มีการก่อสร้างที่พัก 48 หลังที่บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วและส่วนที่สองคือ อีก 108 ไร่ มีการปลูกบ้านน๊อคดาวน์แทรกไปในพื้นที่อีก ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นของการตรวจสอบว่ามีจำนวนกี่หลัง ยังไม่ได้แจ้งความ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการระบุว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดเพราะว่าไม่ได้เป็นการกระทำก่อเหตุซึ่งหน้า จึงได้มีการไปลงบันทึกไว้ที่สภ. ช่องเม็กไว้แล้วขั้นต่อไปพนักงานสอบสวนก็จะมีการสอบสวนหาว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดต่อไป แต่ในขณะเดียวกันที่พักสงฆ์ก็ได้เป็นผู้แจ้งเองว่าเป็นผู้ก่อสร้างอาคารต่างๆซึ่งระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการระบุหมุดที่ชัดเจน ตรงนี้ก็ชี้แจงว่าเป็นการรับสารภาพไปแล้ว ส่วนหนึ่ง

มหาพจน์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้หาก จะย้อนว่าตนเองเข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไรต้องย้อนกลับเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2562 ตนเองได้รู้จักกับหลวงตาสิ้นคิดผ่านทางไลฟ์สดซึ่งตอนนั้นก็มาคนเดียวเดินลัดเลาะอยู่ตามแนวป่าแล้วมีการไลฟ์สดผ่านโซเชียลว่าจะมีการก่อสร้างศาลา สร้างที่พักสงฆ์ ซึ่งในตอนนั้นด้วยความศรัทธาก็ได้มีการร่วมบริจาคไปหลายครั้ง จึงเป็นประเด็นว่าการที่ออกมาพูดครั้งนี้เป็นการแสดงความเป็นห่วงถึงกระแสสังคมที่กำลังถกเถียงขึ้นในตอนนี้ เนื่องจากหลังจากเกิดเหตุทางที่พักสงฆ์ยังไม่มีการออกมาเคลียร์ว่าส่วนที่สร้างเกิน ออกจากพื้นที่ 15 ไร่รวมกับอีก 484 ไร่ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้แจ้งความไว้แล้วนั้นจะมีความกระจ่างยังไง เรื่องนี้จะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้เคลียร์และทำให้หลวงตาสิ้นคิดได้ออกมา ชี้แจงเพื่อแก้ข้อครหาของชาวบ้านในพื้นที่หลายรายที่ได้ฝากตนเองมาสอบถามด้วย
"เรื่องนี้พูดกันตามตรงต้องบอกก่อนว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าไปตรวจสอบเนื่องจากมีการร้องเรียนเข้าไปและไม่เคยมีความโกรธแค้นหรือขัดแย้งกับที่พักสงฆ์ดังกล่าวมาก่อน แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบแล้วพบการกระทำความผิดจะไม่แจ้งความดำเนินคดีก็ไม่ได้เนื่องจากจะเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ทางวัดได้มีการออกมาโต้เถียงใน 3 ประเด็นที่ไม่ได้เกี่ยวกับข้อกล่าวหา เช่นเจ้าหน้าที่ไม่ถอดรองเท้าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวแต่เมื่อตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่วัดเป็นคนอนุญาตให้ถอดและไม่ได้เป็นกุฎิแต่เป็นโรงทานของที่พักสงฆ์ดังกล่าวและเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้ถอดรองเท้าด้วยเช่นกัน อันนี้ผมมีคลิปเสียง ส่วนเรื่องที่มามากันเยอะ 40 ถึง 50 คน ทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งผมมาว่าพี่ต้องเข้าไปเยอะเนื่องจากเป็นการสนธิจากหลายหน่วยงาน และพื้นที่ก็มีมากถึง 500 ไร่ การจะตรวจสอบทั้งหมดจะมีการแบ่งชุดกระจายกันไปทำงานเพื่อความรวดเร็ว และแบ่งจุดอย่างชัดเจน ส่วนสุดท้าย ทางที่พักสงฆ์ได้ออกมาพูดว่ามีการอนุรักษ์ป่า ปลูกป่าและช่วยดับไฟป่า เรื่องนี้ผมขออนุอนุโมทนาด้วยใจจริงเพราะเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องแยกออกจากกันเพราะการดูแลผืนป่ากับการบุกรุกที่ป่าสงวนมันเป็นคนละเรื่องกัน ตรงนี้ต้องมีการชี้แจงตามหลักกฎหมายเพราะผมมีหลักฐานทางเป็นวิทยาศาสตร์และสอบถามข้อมูลจากคนในพื้นที่มาประกอบรวมถึงสอบถามไปทางเจ้าหน้าที่แล้ว" มหาพจน์กล่าว
มหาพจน์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ ผมมีความห่วงใยกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมซึ่งอยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยตรวจสอบทั้งหมดเพราะเรื่องนี้มีการร้องเรียนมาแล้วทุกปีหากไม่มีการชี้แจงหรือแก้ไขก็จะมีการร้องเรียนกันไม่จบ ที่ทราบมาคือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานหลักพยายามให้คำแนะนำมาโดยตลอดแต่ทางที่พักสงฆ์ฯ กลับเชื่ออดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งอักษรนำหน้า ส ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้วจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งหากฟังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่จริงๆและรับปฏิบัติตามก็จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
"ผมเรียกร้องให้ตำรวจสอบสวนกลาง เข้ามารับโอนคดีต่อจากสภ. ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ไปดำเนินการต่อเนื่องจากจะเป็นหน่วยงานกลางที่ไม่ได้เป็นผู้ขัดแย้งจากที่ผู้ถูกกล่าวที่ได้อ้างมา ได้เข้ามาทำหน้าที่ในการดำเนินการ เพราะจะเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพเนื่องจากมีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากรและเเครื่องมือต่างๆ ซึ่งเป็นการทำให้ หลวงตาสิ้นคิด ได้โอกาสออกมาชี้แจงในข้อกล่าวหาต่างๆ เพื่อความโปร่งใสของท่านเอง ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" มหาพจน์กล่าว
มหาพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาสนาซึ่งทุกคนก็มีหน้าที่ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเพราะที่ผ่านมาใครที่ออกมาพูดด้วยความหวังดีเกี่ยวกับที่พักสงฆ์แห่งนี้ก็จะมีกระแสโจมตีว่าไม่ใช่เป็นคนศาสนาพุทธบ้าง พยายามใส่ร้ายป้ายสีพระสงฆ์ฯ บ้าง ถึงขั้นบอกว่าจะมีการขับไล่ท่านออกจากพื้นที่บ้าง ตรงนี้ก็จะมีการร้องเรียนไม่จบไม่สิ้นและวันนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ควรจะมีการชำระสะสางตรวจสอบที่พักสงฆ์ วัด นักการเมือง กลุ่มผู้บุกรุกป่า ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่ใช่เป็นการทำงานรูปหน้าปะจมูกผ่านไป เพราะที่ทราบมาตอนนี้ชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษพยัคฆ์ไพรก็ได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบการบุกรุกที่ดินป่าที่จังหวัดระนอง เดี๋ยวจะไปเชียงใหม่ ส่งตรงนี้หากมีการแก้ปัญหาทั้งหมดก็จะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ พจน์ยังให้ข้อมูลทิ้งท้ายว่า นอกจากนี้ยังอาจจะต้องตรวจสอบเส้นทางทางการเงินเนื่องจากที่พักสงฆ์ดังกล่าวยังไม่ได้จัดตั้งเป็นวัดก็ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารเป็นวัดได้ หรือเปิดเป็นมูลนิธิได้ เพราะมีเม็ดเงินไหลเวียนเข้ามาน่าจะอยู่ในกลุ่มบุคคลเป็นหลัก และตรงนี้อาจจะต้องสร้างความชัดเจนเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งว่าผู้ที่มาปฏิบัติธรรมหลายรายหากประสงค์ที่จะมีที่พักเป็นบ้านน็อคดาวน์หรือแบบก่อสร้างจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายให้หลังละ 100,000 ถึง 500,000 บาท ตรงนี้ผมยังไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่เป็นข้อกล่าวหาและข้อสงสัยที่ชาวบ้านเค้าฝากถามมา เรื่องนี้ก็ต้องเคลียร์ให้ชัดเนื่องจากในพื้นที่อีก 108 ไร่ก็มีบ้านแทรกอยู่อีกจำนวนไม่น้อย โดยที่เป็นห่วงคือภาพที่ปรากฏจากการบันทึกพบว่านอกเหนือพื้นที่จำนวน 15 ไร่และ 484 ไร่ ในการดูแลของที่พักสงฆ์ ยังมีการสร้างถนนลาดปูนเชื่อมไปยังพื้นที่ 108 ไร่ ที่อยู่ติดกันและนับพื้นที่ถัดจากตรงนั้นจะมีพื้นที่อีก 700 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวน ต้องมีการตอบคำถามว่าการสร้างถนนไปพื้นที่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วนั้นมีจุดประสงค์อย่างไร โดยยังมีข้อสงสัยอีกหลายประการแต่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะให้หลวงตาสิ้นคิดได้ออกแจงข้อกล่าวหาและข้อคอรหาทั้งหมดในครั้งเดียวด้วย
