IN NEWS
กรมพัฒนาธุรกิจฯดึงร้านท้องถิ่นทั่วไทย ผุดOutlet'ไทยช่วยไทย'หั่นราคาลด50%
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่นและอุดรธานี เยี่ยมห้างค้าส่งค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้ประชาชนส่วนภูมิภาค พบ!! ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตั้งซุ้มจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยราคาพิเศษขนาดใหญ่เป็นกาลเฉพาะ กระตุ้นการรับรู้และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่พร้อมนำสินค้าชุมชนเข้าร่วม ‘ไทยช่วยไทย’ เพื่อยกระดับสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและเพิ่มยอดขายระยะยาวด้านดีอี “ไชยชนก” มอบ ปณท ร่วม พาณิชย์ ปั้น “ไทยช่วยไทย” กระจายสินค้าราคาถูก ช่วยเหลือ ปชช.
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ‘ไทยช่วยไทย’ นอกจากเป็นการจับมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ ห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย (Supplier) กว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ ยังรวมถึงห้างค้าส่งค้าปลีกในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ซึ่งห้างค้าส่งค้าปลีกในส่วนภูมิภาคได้นำสินค้ามาจำหน่ายในราคาลดพิเศษเฉลี่ย 20 - 50% รวมกว่า 1,000 รายการ เช่น สินค้าอุปโภค : สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟันฯ และ สินค้าบริโภค : ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง มาร่วมจำหน่าย โดยได้จัดซุ้มจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยเป็นกาลเฉพาะเช่นเดียวกับห้างโมเดิร์นเทรด
ทั้งนี้ ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นจะเป็นที่คุ้นชินและเข้าใจความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี สินค้าไทยช่วยไทยที่นำมาจำหน่ายจึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคท้องถิ่นได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอุปโภค-บริโภคประจำถิ่นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่มาร่วมจำหน่ายในราคาพิเศษด้วย ส่งผลให้มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นช่องทางการกระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการชุมชนและสินค้าโอทอปที่ผลิตในพื้นที่ได้อีกด้วย
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 ได้ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี เพื่อตรวจราคาสินค้าและสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยสินค้าไทยช่วยไทยในส่วนภูมิภาค และพบปะพูดคุยรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อนำมาพัฒนาอุตสาหกรรมค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ห้างค้าส่งค้าปลีกแรกที่ตรวจเยี่ยม คือ บริษัท เกียรติสินโฮลเซล จำกัด ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นห้างขายส่งสินค้าอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ เป็นกิจการของคนไทย 100% และเป็นห้างค้าส่งที่ได้รับการพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์ มีเครือข่ายที่เป็นร้านค้าปลีกและร้านโชห่วย ประมาณ 1,200 ร้านค้า ครอบคลุมจังหวัดขอนแก่น และเป็นห้างที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากการพูดคุยพบว่า ห้างฯ ได้นำสินค้าไทยช่วยไทยและสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่าย โดยได้จัดซุ้มไทยช่วยไทยขนาดใหญ่เป็นกาลเฉพาะ มีการวางแผนกลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าและตลาดในท้องถิ่นเป็นสำคัญ ทำให้ลูกค้าที่เป็นร้านโชห่วยและพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความพึงพอใจและซื้อสินค้าไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเป็นพี่เลี้ยงให้ร้านโชห่วยที่เป็นเครือข่าย ทำให้มีลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น โดยมั่นใจว่าสินค้าไทยช่วยไทยจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแน่นอน
หลังจากนั้น ได้เดินทางไป จ.อุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมห้างเซฟมาร์ท (บริษัท อึ้งเซ้งเฮง (1994) จำกัด) ซึ่งเป็นร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบของกระทรวงพาณิชย์ มีร้านค้าปลีกสาขาในจ.อุดรธานี 12 สาขา และมีสมาชิกเครือข่ายที่เป็นร้านค้าปลีกกว่า 300 ร้านค้า โดยห้างเซฟมาร์ทเป็นร้านที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ถือบัตรฯ สามารถนำบัตรฯ มาซื้อสินค้าไทยช่วยไทยได้ และด้วยราคาสินค้าไทยช่วยไทยที่มีส่วนลดราคาพิเศษเฉลี่ย 20 - 50% ส่งผลให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันได้เพิ่มมากขึ้น (ในวงเงินเท่าเดิม) ขณะที่ ผู้ที่ไม่มีบัตรฯ ก็สามารถซื้อสินค้าได้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการพบว่า ประชาชนในพื้นที่ทยอยเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง ห้างฯ ได้จัดซุ้มไทยช่วยไทยเป็นพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้สามารถเลือกหาและเลือกซื้อสินค้าฯ ได้โดยสะดวก และได้กำชับให้พนักงานของห้างฯ คอยเติมสินค้าไทยช่วยไทยตลอด ไม่ให้ชั้นวางสินค้าว่างโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งบอกว่าไทยช่วยไทยเป็นสินค้ามีราคาที่ถูกกว่าปกติสูงสุดถึง 50% ฉะนั้นเงินในกระเป๋าที่มีอยู่จึงมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น (ซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นในวงเงินเท่าเดิม) เป็นการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพได้จริง
ค้าส่งค้าปลีกร้านสุดท้ายที่เข้าตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ คือ ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ (บริษัท ตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จำกัด) อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นอีกร้านหนึ่งที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ประกอบการบอกว่า ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ คนในพื้นที่รู้จักเป็นอย่างดี ปกติทางห้างฯ มีการจัดโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยกับกระทรวงพาณิชย์จึงได้นำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษแบบลดแล้วลดอีก ครั้งแรกที่ได้ยิน ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ จากสื่อประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดียของกระทรวงพาณิชย์ รู้สึกสนใจต้องการเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยด้วย เพราะมีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญ เมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยแล้ว สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ยิ่งมีความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าชวนเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย จึงตอบรับโดยไม่ลังเล และเมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าแล้ว ยิ่งมั่นใจว่าสินค้าไทยช่วยไทยช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้จริง ฉะนั้น ห้างฯ จึงสรรหาสินค้าคุณภาพดีราคาพิเศษเข้ามาเป็นสินค้าไทยช่วยไทย เพื่อให้สินค้าไทยช่วยไทยเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพราะมีความผูกพันและรู้จักคนในพื้นที่ รวมถึงร้านค้าโชห่วยรายย่อยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เกิดการหมุนเวียน เกิดการจ้างงานในชุมชน เป็น ‘ภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจ’ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนไปได้ ดังนั้น ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยจึงช่วยลดภาระ ลดค่าครองชีพ และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนในท้องถิ่น ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงเป็นภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจและเป็นเสาหลักที่สำคัญให้คนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
'ไชยชนก'มอบปณทร่วมพาณิชย์ปั้น'ไทยช่วยไทย'

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านค่าครองชีพ และกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจของประเทศ นั้น กระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เตรียมดำเนินโครงการกระจายสินค้าราคาประหยัด “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อกระจายและจัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาถูก โดยใช้เครือข่ายของ ปณท เป็นช่องทางหลักไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย” จะดำเนินการกระจายสินค้าผ่าน ปณท ใน 2 ช่องทางคือ 1. จัดจำหน่ายสินค้าขายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ให้กับประชาชนโดยตรง และจัดจำหน่ายสินค้า (ขายส่ง) ให้กับรถเร่ (รถพุ่มพวง) เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ โดยมีกลุ่มสินค้าอาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมประมาณ 10 รายการ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายการกระจายสินค้าสู่รถเร่ประมาณ 3,800 คัน และสร้างตลาดท้องถิ่นเพิ่มเติมประมาณ 1,000 แห่ง
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในต้นเดือน พฤษภาคม 2569 นี้ ในระยะแรกจะเริ่มจำหน่ายสินค้า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวมประมาณ 120 แห่ง ก่อนที่จะดำเนินการในพื้นที่ระดับอำเภอต่อไป
นอกจากนี้การนำสินค้า OTOP/SMEs จัดจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ “ThailandPostMart” เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าจากร้านค้าประมาณ 2,000 ราย ร่วมกับอีก 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok, Line man และ Grab ซึ่งกรมการค้าภายในจะมีส่วนลดค่าขนส่งสนับสนุนรายการสั่งซื้อ 100 บาท และจะยกเว้นค่า GP เป็นกรณีพิเศษ
ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี โดย ปณท ยังได้ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการ “กล่องผลไม้ DIT” จัดทำกล่องผลไม้จำนวน 300,000 กล่อง และสนับสนุนตะกร้าผลไม้จำนวน 35,000 ใบ เพื่อรองรับมาตรการการแก้ไขปัญหาเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรของกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย
“กระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้ ปณท ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอุปโภค – บริโภคราคาถูกสู่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนด้านค่าครองชีพ สำหรับ ปณท นั้น ตนได้มอบนโยบายให้ เป็นหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยให้ยึดถือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชานเป็นหลัก แม้ว่าอาจจะมีผลกระทบต่อรายได้ขององค์กรบ้างในบางส่วน” นายไชยชนก กล่าว
