POLITICS
พายุฤดูร้อนถล่มกาฬสินธุ์ชี้2อำเภออ่วม! ซัดบ้านเรือนพัง57หลังผู้ว่าฯสั่งเยียวยา
กาฬสินธุ์-จังหวัดกาฬสินธุ์เผชิญพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงพัดถล่มในพื้นที่ 2 อำเภอ ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 57 หลัง ยุ้งฉางและคอกสัตว์พังเสียหายหลายจุด โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการทุกหน่วยงานเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยทันที พร้อมกำชับทุกท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง
เมื่อคืนวันที่ 18 เมษายน 2569 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รายงานสรุปเหตุวาตภัยที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา โดยพายุฝนและลมกระโชกแรงได้เริ่มพัดถล่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่าคันโท และ อำเภอห้วยผึ้ง รวม 2 ตำบล 12 หมู่บ้าน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 57 หลัง แบ่งเป็นเสียหายหนัก 3 หลัง และเสียหายบางส่วน 54 หลัง นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างทางการเกษตร ทั้งยุ้งฉาง 1 แห่ง และคอกสัตว์อีก 6 แห่ง ได้รับความเสียหายจากแรงลม

สำหรับรายละเอียดความเสียหายรายพื้นที่พบว่า อำเภอท่าคันโท ในตำบลดงสมบูรณ์ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีบ้านเรือนเสียหายถึง 44 หลังคาเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 6 และหมู่ 9 ที่มีบ้านเรือนพังเสียหายหนักรวม 6 หลัง ขณะที่ อำเภอห้วยผึ้ง ในพื้นที่ตำบลคำบง มีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 13 หลัง และคอกสัตว์เสียหาย 5 แห่ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พายุได้สงบลงแล้ว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
ด้าน นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด ได้ออกคำสั่งด่วนให้ทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งเข้าสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์และสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมบ้านเรือนตามระเบียบของทางราชการโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนจัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ยังได้แจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดพายุฤดูร้อนได้อีก โดยขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนเกษตรกรควรดูแลโรงเรือนและสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงนี้

