IN NEWS

สถิตินทท.วีคหลังสงกรานต์ลด4.6แสนคน แต่ยอดสะสม3เดือนเศษปี69ยืน10ล้านคน



กรุงเทพฯ-จำสัปดาห์ที่ 16 ของปี 2569 (13 - 19 เมษายน 2569) ในสัปดาห์นี้การท่องเที่ยวไทยชะลอตัวหลังสิ้นสุดการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทั้งสัปดาห์ จำนวน 4.6 แสนคน หากมองจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 19 เม.ย. 60 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 10,828,380 คนสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 529,358 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยว สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีนมากสุด 1.734,423 คนและสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย เดือนมกราคม - มีนาคม 2569 (เบื้องต้น)

ประเทศไทยมี ผู้เยี่ยมเยือน รวมทั้งสิ้น 92.85 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 1.44 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยสำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชะลอตัวด้านการเดินทางในทุกกลุ่มตลาด ซึ่งเป็นแนวโน้มปกติหลังสิ้นสุดการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และจากการมีจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง และราคาบัตรโดยสารเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยต่อการเดินทาง แต่นักท่องเที่ยวตลาดจีนและมาเลเซีย ยังคงเป็นกลุ่มตลาดหลักที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวครองอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ในสัปดาหนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติทั้งสิ้น 464,720 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 154,761 เคม หรือร้อยละ 24.98 คิดเป็นจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 66,389 คน โดย 5 อันดับแรกข่องนักท่องเที่ยว ต่างชาติ ได้แก่ จีน (74,646 คน) มาเลเซีย (60.850 คน) อินเดีย (46,484 คน) รัสเซีย (30,723 คน)และฝรั่งเศส (18,493 คน) โดยนักท่องเที่ยวมาเลเรีย จีน รัสเซีย อินเดีย และฝรั่งเศส มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 32.78 ร้อยละ 2992 ร้อยละ 16.29 ร้อยละ 12.80 และร้อยละ 8.40 ตามลำดับ

สำหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์หลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thaland การมีมาตรการ Exte of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรคม 6 รวมถึงส่งเสริมให้สวยการเป็นเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 20 เม.ย. 69 พบว่า ประเทศไทย มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 19 เม.ย. 60 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 10,828,380 คนสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 529,358 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยว สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (1.734,423 คน) มาเลเซีย (1.154,486 คน) รัสเซีย (823,352 คน) อินเดีย (759,397 คน) และเกาหลีใด้ (450,231 คน)

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มีจำนวนนักท่องเทียวรวมทั้งสิ้น 129,569 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 28.04 โดยมีจำนวน นักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย ลาว เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

จำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 114,840 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 30.27 โดยมีจำนวน นักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน ได้หวัน เกาหลีได้ ญี่ปุ่น และย่องกง

เอเชียใต้

จำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 54,875 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 12.15 โดยมีจำนวน นักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดันแรก ได้แก่ อินเดีย ศรีสังกา ปังกลาเทศ ปากีสถาน และเนปาล

ยุโรป

จำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 117,504 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 20.26 โดยมีจำน่วน นักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รัสเซีย ฝรั่งเศส สหราชอาราจักร เยอรมัน และอิสราเอล

อเมริกา

จำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 23,337 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 32.05 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราชิล เม็กซิโก และโคลอมเบีย

ตะวันออกกลาง

จำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 4,666 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 2.16 โดยมีจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โอมาน ชาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และจอร์แดน

สถานการณ์ท่องเที่ยวไทย เดือนมกราคม - มีนาคม 2569 (เบื้องต้น)

ประเทศไทยมี ผู้เยี่ยมเยือน รวมทั้งสิ้น 92.85 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 1.44 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยจังหวัดที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ภูเก็ต กาญจนบุรี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน รายได้จากผู้เยี่ยมเยือน รวมทั้งสิ้น 7.50 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.65 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยจังหวัดที่มีรายได้สูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ