IN NEWS
พาณิชย์ชี้ปีนี้ผลผลิตทุเรียน2.071ล้านตัน เร่งหาที่ระบาย/รุกถกศูนย์จัดซื้อผลไม้จีน
กรุงเทพฯ-พาณิชย์เดินหน้าผลักดันทุเรียนคุณภาพส่งออก บุกจันทบุรีเยี่ยมแหล่งผลิตจริง ดูระบบบริหารจัดการคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ปี 2569 คาดว่าผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 โดยภาคตะวันออกมีผลผลิตประมาณ 0.998 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของทั้งประเทศ และจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคมและ ตั้งเป้าระบายผลผลิตในประเทศ ไม่ต่ำกว่า 450,000 ตัน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดกลาง ห้าง Modern Trade กว่า 350,000 ตัน ควบคู่กับการขายผ่านไปรษณีย์ไทยและช่องทางออนไลน์ ผนึก TikTok ดัน Live Commerce ขยายตลาด–เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ขณะที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศบุกจีนลงพื้นที่สำรวจเส้นทางขนส่งสินค้าที่ด่านสากลหูหงิ ด่านโหย่วอี้กวนและศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน ขอผู้บริหารด่านช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่ง การผ่านด่าน เตรียมความพร้อมรองรับฤดูกาลผลไม้ไทยที่กำลังออกสู่ตลาด

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 พร้อมตรวจเยี่ยมแหล่งผลิตจริง ณ สวนสมพงษ์ (ทุเรียน 100 ล้าน) ตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เพื่อดูระบบบริหารจัดการคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายคัมภีร์ ชื่นบาน และนายชรัตน์ เนรัญชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี รวมถึงนางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy บริษัท TikTok Thailand เข้าร่วม
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้เยี่ยมชมการผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออกของ นายสมพงษ์ กลีบมาลี เกษตรกรต้นแบบ พร้อมสาธิตการตัดทุเรียนตามมาตรฐาน และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมถึงทุเรียนคุณภาพภายใต้แบรนด์ “Q-Chan” ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต
นางศุภจี เปิดเผยว่า ปี 2569 คาดว่าผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 โดยภาคตะวันออกมีผลผลิตประมาณ 0.998 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของทั้งประเทศ และจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม
“ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการต้องทำทั้งระบบ ปัจจุบันทุเรียนไทยส่งออกประมาณร้อยละ 70 และบริโภคในประเทศร้อยละ 30 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการบริโภคในประเทศ เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและรักษาเสถียรภาพราคา” นางศุภจี กล่าว
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตั้งเป้าระบายผลผลิตในประเทศ ไม่ต่ำกว่า 450,000 ตัน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดกลาง ห้าง Modern Trade กว่า 350,000 ตัน ควบคู่กับการขายผ่านไปรษณีย์ไทยและช่องทางออนไลน์ ผนึก TikTok ดัน Live Commerce ขยายตลาด–เข้าถึงคนรุ่นใหม่
ในโอกาสนี้ นางศุภจี เป็นประธานสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมการค้าภายในกับบริษัท TikTok Technologies Ltd. เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผลไม้ไทยผ่าน TikTok Shop และ Live Commerce
นางศุภจี กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และขยายฐานผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย ผ่านการใช้คอนเทนต์ดิจิทัลและอินฟลูเอนเซอร์
ด้านนางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy บริษัท TikTok Thailand ระบุว่าในปีนี้ TikTok ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนคอนเทนต์เป็นยอดขายจริง โดยสินค้าเกษตรบน TikTok Shop เติบโต 15–20% และมีครีเอเตอร์ติดตะกร้ากว่า 1.8 ล้านราย ช่วยขยายการเข้าถึงสินค้า ในความร่วมมือในวันนี้ TikTok ยินดีที่จะจัดแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ โดยพร้อมคูปองและค่าจัดส่งรวมกว่า 6.5 ล้านบาท เพื่อเร่งระบายผลผลิต ควบคู่กลยุทธ์ 3S (Start–Skill–Scale) สนับสนุนเกษตรกรตั้งแต่เริ่มขายจนขยายยอด และร่วมผลักดันภาพลักษณ์ “Thailand: The Land of Tropical Fruits” ผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล เพื่อสร้างการรับรู้ทุเรียนไทยในวงกว้าง”
เร่งส่งออก–ขยายตลาดโลก ดันรายได้ทะลุเป้า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า กระทรวงได้ส่ง “ทีมด่านหน้า” โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปที่ประเทศจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการส่งออก และตั้งเป้าปีนี้ส่งออกทุเรียน ไม่น้อยกว่า 1 ล้านตัน
“ปีที่ผ่านมา ทุเรียนไทยสร้างรายได้จากการส่งออกกว่า 140,000 ล้านบาท ปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เรามีความตั้งใจจะเพิ่มยอดให้มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรทั้งในจันทบุรี ภาคตะวันออก และภาคใต้” นางศุภจี กล่าว
ดันแปรรูป–เพิ่มมูลค่า แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด
นางศุภจี กล่าวว่า การแปรรูปเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน โดยเฉพาะการพัฒนาทุเรียนแช่แข็ง ห้องเย็น และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
“หากผลผลิตออกมากและส่งออกไม่ทัน อาจกระทบราคา ดังนั้นต้องเพิ่มการแปรรูป ทั้งเพื่อเพิ่มมูลค่า ยืดอายุสินค้า และกระจายรายได้ทั้งปี ในหลากหลายวิธี”
“คุณภาพต้องมาก่อน” รักษาตลาดระยะยาว
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในตลาดโลก จึงต้องควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด“ทุเรียนต้องได้มาตรฐาน เช่น ค่าความสุกหรือเปอร์เซ็นต์แป้งต้องไม่ต่ำกว่า 32% หากเรารักษาคุณภาพได้ ราคาจะไม่ตก และตลาดจะเชื่อมั่นในระยะยาว”
ปัจจุบันราคาทุเรียนเกรด AB อยู่ที่ประมาณ 135–140 บาทต่อกิโลกรัม แต่มีแนวโน้มถูกกดดันในช่วงผลผลิตออกมาก โดยเฉพาะเมื่อผลผลิตภาคใต้เข้าสู่ตลาด
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าสร้างแบรนด์ประเทศ ผ่านแนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits” โดยใช้ช่องทางออนไลน์และคอนเทนต์ดิจิทัล เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ทุเรียนไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังปัญหาและเติมเต็มสิ่งที่เกษตรกรยังขาด“เรามีความตั้งใจมาช่วยให้ผลไม้ของจันทบุรีมีมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ที่มั่นคงให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งด้านตลาด การแปรรูป และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ห้องเย็นและโลจิสติกส์ กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อผลักดันทุเรียนไทยให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ประเทศ“นางศุภจี กล่าว
พาณิชย์ลุยด่านหูหงิ–โหย่วอี้กวน สำรวจเส้นทางส่งออกผลไม้ไทย

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 - หนานหนิง กระทรวงพาณิชย์นำคณะลงพื้นที่สำรวจเส้นทางขนส่งสินค้าที่ด่านสากลหูหงิ ด่านโหย่วอี้กวนและศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน ขอผู้บริหารด่านช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่ง การผ่านด่าน เตรียมความพร้อมรองรับฤดูกาลผลไม้ไทยที่กำลังออกสู่ตลาด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ ดร.ปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการขนส่งสินค้า ณ ด่านสากลหูหงิ จังหวัดหล่างเซิน ร่วมกับนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ดร.ปิยนุช เปิดเผยว่า ได้เข้าพบหารือกับนายเล ฮอง เกียง ผู้อำนวยการ Viettel Logistics Park และคณะ เพื่อศึกษาศักยภาพและรูปแบบการให้บริการของศูนย์โลจิสติกส์ชายแดนที่ทันสมัย และหารือการประชาสัมพันธ์ให้ภาคเอกชนไทยใช้ประโยชน์จาก Viettel Logistics Park ในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าของไทยไปจีน และหาทางเพิ่มความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการค้าข้ามพรมแดนในอนาคต

จากนั้น ได้สำรวจเส้นทางคมนาคมขนส่งของรถบรรทุกสินค้า ที่ขนส่งสินค้าจากไทยผ่านเวียดนามไปยังจีน รวมถึงจุดจอดพักรถ จุดดำเนินพิธีการศุลกากร และช่องทางในการผ่านแดนไปยังจีน ที่ด่านสากลหูหงิ รวมถึงหารือกับนาย วู๋ เวียต ฮ่าย รองหัวหน้าคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจชายแดนด่งดัง-หลางเซินผู้บริหารของด่าน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งผลไม้ไทยไปจีน ในช่วงฤดูกาลผลไม้ในขณะนี้ โดยด่านสากลหูหงิเชื่อมกับด่านโหย่วอี้กวนของจีน เป็นด่านสำคัญในการขนส่งสินค้าระหว่างเวียดนามกับจีน และการขนส่งสินค้าผ่านแดนของไทยไปจีน
ทั้งนี้ คณะยังได้มีโอกาสหารือกับนายหวง อ้ายตง ผู้ตรวจการระดับ 2 รัฐบาลประชาชนเมืองฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และนาย เกา ฮุย รองหัวหน้าด่านศุลกากรโหย่วอี้กวน และคณะ โดยได้ใช้โอกาสนี้ขอบคุณที่ช่วยอำนวยความสะดวกช่วงฤดูผลไม้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งไทยส่งออกทุเรียนมากว่างซีจ้วง ปริมาณสูงถึง 80,900 ตัน และหวังว่าปีนี้ จะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น และได้ขอขอบคุณการเตรียมการของด่านโหยวอี้กวน ในปี 2569 ทั้งการขยายเวลาทำงาน และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพิ่มช่องพิเศษสำหรับสินค้าเกษตรและผลไม้ (ในช่วงฤดูผลไม้ให้ Priority สินค้าผลไม้เป็นอันดับแรก) จำนวน 40 ช่องในพื้นที่ลานตรวจสอบและกักกัน การตรวจปล่อยแบบมีเงื่อนไข คือ สามารถให้รถขนส่งไปจอดรอผลตรวจ ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนอกด่าน เพื่อลดความหนานแน่นบริเวณด่าน การขยายช่องทางเดินรถเข้า-ออก ที่บริเวณเส้นศูนย์กิโลเมตร เป็นจำนวน 6 ช่องทาง (เข้า 3 ช่อง ออก 3 ช่อง) และขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างขยายเพิ่มช่องทางเดินรถ หากแล้วเสร็จจะมีช่องทางเดินรถ เข้า-ออกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 14 ช่องทาง (เข้า 7 ช่อง ออก 7 ช่อง) และการวางแผนช่วงหนาแน่น ผลักดันรถเวียดนามใช้ด่านผู่จ้าย (ด่านทวิภาคีระหว่างจีน-เวียดนาม)

ขณะเดียวกัน ได้ขอให้ช่วยเตรียมความพร้อมและสถานการณ์หน้าด่าน เพราะปริมาณรถขนส่งผลไม้จากไทยและเวียดนามบริเวณหน้าด่านโหย่วอี้กวนช่วงฤดูผลไม้จะมีจำนวนมาก ช่วงพีคของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 500 - 600 กว่าตู้ต่อวัน และการสุ่มตรวจที่ด่านปัจจุบันเป็นการสุ่มตรวจตามระบบ ซึ่งอาจส่งผลให้การสะสมของรถผลไม้บริเวณหน้าด่าน และพื้นที่จอดรอผลตรวจ รวมทั้งขอให้เร่งสร้างห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จ และการขยายพื้นที่จอดรถรอผลตรวจ เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณรถเข้าด่านในช่วงฤดูผลไม้ และผลักดัน
ความร่วมมือระหว่างศุลกากรจีนกับฝ่ายไทยในการลดการสุ่มตรวจตู้ผลไม้ไทยซ้ำซ้อนที่หน้าด่าน หากผลตรวจของห้องปฏิบัติการของไทยเป็นที่ยอมรับ และมีมาตรฐานถูกต้องตามระเบียบของศุลกากรจีนสำหรับการหารือกับนาย หนง อันหยาง รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท Pingxiang International Group และคณะผู้บริหารศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน (ฉงจั่ว)-อาเซียน ได้ขอให้ช่วยส่งเสริมการขาย และกระจายผลไม้ไทย หากการสร้างศูนย์ซื้อขายผลไม้จีนก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยขอให้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปใช้พื้นที่ อาทิ การ Live Streaming ขายตรงผลไม้ การใช้คลังสินค้าห้องเย็น ตลอดจนการกระจายผลไม้ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย และกระจายสินค้าผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น และขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับคณะจากทั้งภาครัฐและเอกชนไทยในการเข้าเยี่ยมชมศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน รวมทั้งการจัดกิจกรรมความร่วมมือในอนาคตระหว่างศูนย์การซื้อขายผลไม้จีนกับทูตพาณิชย์ ณ เมืองหนานหนิง

ทั้งนี้ในวันที่ 25 เม.ย.นางศุภจี จะลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการผลิตทุเรียนมีคุณภาพเพื่อการส่งออก ณ สวน อ.สมพงษ์ และ บจก.แซมซัน อินเตอร์ เฟรซ โดยการทำงานทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปิดทางสะดวกให้กับผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP
