BANGKOK
กทม.บูรณาการความร่วมมือกวดขันดูแล จัดระเบียบสถานบริการถนนข้าวสาร
กรุงเทพฯ-นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแลสถานประกอบการ/สถานบริการในพื้นที่ถนนข้าวสารตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. เพื่อให้การดำเนินกิจการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า สถานประกอบการที่เข้าข่ายเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ พ.ศ. 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องขอรับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ คือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรณีสถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใด เพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น. เข้าข่ายเป็นสถานบริการที่ต้องขอรับใบอนุญาตสถานบริการ หากประกอบการสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับสถานประกอบการที่มีการแสดงดนตรีจะเข้าข่ายควบคุมตามข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2561 ประเภทการจัดให้มีมหรสพ การแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง ดิสโกเทก คาราโอเกะ หรือตู้เพลง หรือการแสดงอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ซึ่งต้องขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยต้องปฏิบัติและจัดสถานที่สำหรับประกอบกิจการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวงควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2560 และข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561 เช่น ประกอบกิจการในพื้นที่ที่ปิดมิดชิด มีการควบคุมและป้องกันเสียงจากการประกอบกิจการ เพื่อป้องกันการก่อเหตุรำคาญต่อผู้อยู่อาศัยข้างเคียง หากประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีมีการจำหน่ายอาหารต้องขออนุญาต หรือหนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ. 2565 หากประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่ง สนอ. ได้จัดทำแนวทางตรวจสอบ กำกับดูแลสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ เพื่อให้สำนักงานเขตใช้ในการปฏิบัติงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข การแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงดัง คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 46/2559 รวมทั้งได้จัดทำแนวทางและมาตรการในการป้องกันและควบคุมเหตุรำคาญเรื่องเสียงรบกวนจากการจัดกิจกรรมการแสดงดนตรี หรือการจัดมหรสพในสถานที่โล่ง เพื่อเป็นแนวทางให้สำนักงานเขตในการกำกับดูแลการจัดกิจกรรมในสถานที่โล่งแจ้ง
นอกจากนี้ สำนักงานเขตได้จัดทีมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกวดขัน สถานบริการ หรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ กิจการแสดงดนตรี รวมถึงตรวจสอบสถานประกอบที่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เช่น กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข การแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงดัง คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 46/2559 หากฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติดังกล่าว ให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาต หรือสั่งปิด และห้ามมิให้มีการเปิดสถานบริการ หรือสถานประกอบการในสถานที่ดังกล่าวอีกเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่ผ่านมา สนอ. ได้ลงพื้นที่ร่วมตรวจกำกับดูแลสถานบริการ หรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ย่านถนนข้าวสาร เขตพระนคร ร่วมกับสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ท้องที่ สถานีดับเพลิง กรมสรรพสามิต เพื่อกวดขันให้สถานประกอบการปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการจัดมาตรการความปลอดภัยและการป้องกันเสียงดัง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งลงพื้นที่ร่วมตรวจกำกับดูแลสถานประกอบการในพื้นที่เขตคลองเตย จตุจักร พญาไท และลาดพร้าวอีกด้วย
ทั้งนี้ สนอ. ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการกำหนดพื้นที่ เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ (Zoning) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน ซึ่งคณะกรรมการศึกษาฯ จะได้ยื่นข้อเสนอต่อสภา กทม. พิจารณา เพื่อให้มีการใช้พื้นที่แบบผสมผสาน โดยปรับปรุงผังเมืองของกรุงเทพฯ ให้มีความเหมาะสมต่อไป
นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (สวพ.) กทม. กล่าวว่า กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม กทม. พ.ศ. 2556 (ฉบับปัจจุบัน) กำหนดห้ามกิจการสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ในการใช้ประโยชน์ที่ดินทุกประเภท เพื่อป้องกันความเดือนร้อนรำคาญและรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชน แต่สามารถดำเนินการได้ในการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีน้ำตาล) ย.9 - ย.10 และประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) พ.1 - พ.5 ซึ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและพาณิชยกรรมของเมือง สำหรับร่างผังเมืองรวม กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนแห่ง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2562 เพื่อประกาศเป็นข้อบัญญัติ กทม. เพื่อใช้บังคับต่อจากกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม กทม. พ.ศ. 2556 นั้น ยังคงมีการกำหนดบริเวณที่ให้อนุญาตประกอบกิจการสถานบริการไว้ในลักษณะเดียวกัน ส่วนสถานประกอบการที่ไม่เข้าข่ายเป็นสถานบริการที่อยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ. สถานบริการฯ แต่หากมีการให้บริการในลักษณะที่กระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน มีความจำเป็นต้องควบคุมการให้บริการของสถานประกอบการนั้นให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรอบ และกรณีมีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. สถานบริการฯ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและคงเจตนารมณ์ในการจัดระเบียบสังคมและป้องกันผลกระทบต่อประชาชน ผังเมืองรวม กทม. ยังสามารถควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่กำหนดไว้ต่อไป
นายสยามรัฐ เรืองนาม ผู้อำนวยการประจำสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบสำนักงานเขตพระนคร กทม. กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่ถนนข้าวสาร พบข้อมูล (1) สถานประกอบการที่เข้าข่ายสถานบริการ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 (ซึ่งอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานตำรวจ) จำนวน 4 แห่ง มีใบอนุญาต จำนวน 4 แห่ง (2) สถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (ซึ่งอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่น กทม.) จำนวน 30 แห่ง โดยพบว่ามีใบอนุญาต 24 ร้าน และไม่มีใบอนุญาต/ส่งดำเนินคดี 6 ร้าน ซึ่งสำนักงานเขตฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับ สน. ชนะสงคราม ลงพื้นที่ตรวจตราและกวดขันการประกอบการของผู้ประกอบการบริเวณถนนข้าวสารเป็นประจำทุกวัน ในเวลา 24.00 น. เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ อันเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศโดยรวมอีกด้วย
