IN NEWS

ดัชนีความเชื่อมั่นRSIประจำเดือนเม.ย.69 ชะลอตัวจากแรงกดดันราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น



กรุงเทพฯ-“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนเมษายน 2569 ส่งสัญญาณการขยายตัวที่ชะลอลงในทุกภูมิภาค จากแรงกดดันของราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคที่ยังขยายตัว อาทิ ภาคตะวันออกและภาคเหนือ มีแรงหนุนจากการท่องเที่ยว และจากภาคอุตสาหกรรมตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และภาคเกษตรกรรมซึ่งมีอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง”

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนเมษายน 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนเมษายน 2569 ส่งสัญญาณการขยายตัวที่ชะลอลงในทุกภูมิภาค จากแรงกดดันของราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคที่ยังขยายตัว อาทิ ภาคตะวันออกและภาคเหนือ มีแรงหนุนจากการท่องเที่ยว และจากภาคอุตสาหกรรมตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และภาคเกษตรกรรมซึ่งมีอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 66.0 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการตามนโยบายการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และภาคเกษตรกรรมตามปริมาณความต้องการสินค้าเกษตรที่ยังคงอยู่ในระดับดี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 66.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของภาคบริการและภาคเกษตรกรรมเป็นสำคัญ ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 65.8 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ เนื่องจากการสนับสนุนจากมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางของภาครัฐ การเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเดินทาง

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 60.6 สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัว โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการสนับสนุนของภาครัฐและเอกชนต่อการฟื้นตัวของพื้นที่อุทกภัยหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคำสั่งซื้อจากประเทศคู่ค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มและยางพาราแปรรูปที่ขยายตัว ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 59.5 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรกรรม จากการเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ทำให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด และภาคบริการจากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด เช่น ชัยภูมิ ยโสธร บุรีรัมย์ เป็นต้น นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 56.2 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการลงทุน ตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนและส่งเสริมผู้ประกอบการของภาครัฐ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 52.9 ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการจ้างงาน ที่คาดว่ายังขยายตัวได้ ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 48.6 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ โดยมีแรงกดดันจากต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้นตามราคาปุ๋ยเคมี และความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน

อย่างไรก็ดี แม้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคในหลายภูมิภาคจะยังสามารถขยายตัวได้สะท้อนจากการรักษาระดับอยู่เหนือเกณฑ์ 50.0 แต่ก็ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าในทุกภูมิภาค ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันจากปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการผลิตและการเพาะปลูกในระยะถัดไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อประเมินผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะข้างหน้าอย่างใกล้ชิด