BUSINESS
กลุ่มอัลฟาแคปปิตอลชูผลงานแข็งแกร่ง ยอดเรียกเก็บปี68สูง1.5พันล.หรือ27%
กรุงเทพฯ-บริษัท อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ อัลฟา หนึ่งในผู้นำ การบริหารหนี้สิน (AMC) กว่า 25 ปี เปิดเผยผลการดำเนินงานน่าพอใจ มียอดเรียกเก็บปี 2568 สูงกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย โดยบริษัทฯได้ชำระคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนด มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพ การดำเนิน ธุรกิจที่แข็งแกร่ง ชี้เป็นโอกาสการขยายตัวของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ซึ่งยังคงมีบทบาท สำคัญในระบบการเงินในภาวะเศรษฐกิจที่มีชะลอตัว
นายวีร์ จารุนันท์ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ อัลฟา เปิดเผยว่า อัลฟา หนึ่งในผู้นำธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์แบบครบวงจร และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) มีผลการ ดำเนินงานปี 2568 เป็นที่น่าพอใจ มียอดเรียกเก็บกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย โดดเด่นในกลุ่มธุรกิจแบบเดียวกัน สะท้อนถึงศักยภาพ การดำเนินธุรกิจ ที่แข็งแกร่ง ที่ถึงแม้ว่าจะเผชิญความท้าทายของภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดี ด้วยผลกระทบตามมาตรฐานบัญชีส่งผลทำให้อัลฟามีกำไรสุทธิเพียง 30 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน บริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโต และมีกำไร
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนดให้แก่ผู้ลงทุน มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน สภาพคล่อง ที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของ
นักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ ในฐานะองค์กรที่มีวินัยทางการเงินสูง และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ยังยืนยันความเชื่อมั่นจากผลการดำเนินการจ่ายคืนหุ้นกู้ในรุ่นที่ผ่านมา ซึ่งได้คืนหุ้นกู้เป็นตาม กำหนด มาอย่างต่อเนื่องในทุกรุ่นที่ผ่านมา
แผนการดำเนินงานในปี 2569 อัลฟา ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ ปรับโครงสร้างองค์กรและเสริมทัพทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์สูงทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งนอกจากการแต่งตั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพยุคใหม่ ยังได้มีการปรับทีมผู้บริหาร รุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามโรดแมพที่วางไว้ โดยมุ่งสู่แผนการดำเนินงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น จะมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพอร์ตสินทรัพย์ ผ่านการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ การใช้เทคโนโลยี สนับสนุนการดำเนินงาน และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศไทย โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ที่ธุรกิจ บริหาร จัดการสินทรัพย์ ยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบการเงิน จากภาวะเศรษฐกิจที่มีชะลอตัว และหนี้ ครัวเรือน ของประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่สูง
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเตรียมขยายไลน์ธุรกิจใหม่ เพื่อสร้าง New Growth Engine รองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยมุ่งเน้นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิม ผสานกับเทคโนโลยีและ นวัตกรรมทางการเงิน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระยะยาว
