POLITICS

รมว.สธ.บุกอภัยภูเบศร!ปลุกสมุนไพรไทย ดันสเปรย์แก้ปวด-กลีบบัวแดงชิงตลาด



ปราจีนบุรี – รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่อภัยภูเบศร หนุนยกระดับสมุนไพรไทยสู่ "เศรษฐกิจสุขภาพ" เต็มรูปแบบ สั่งเร่งปรับกลยุทธ์จากนักวิจัยสู่ "นักการตลาดเชิงรุก" ชูสเปรย์กระดูกไก่ดำเจาะกลุ่มสปอร์ต-เวทีมวยระดับโลก พร้อมดันตำรับกลีบบัวแดงเจาะตลาดผู้สูงอายุ หวังลดการนำเข้ายาต่างประเทศและสร้างรายได้กลับสู่เกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 12พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรแจ้งว่า จากที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สมุนไพรไทยสู่สากล โดยมี พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และประธานมูลนิธิฯ พร้อมบุคลากรทางการแพทย์และเครือข่ายเกษตรกรให้การต้อนรับ

นายพัฒนา เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า อภัยภูเบศรมีจุดแข็งที่เป็นที่ยอมรับทั้งด้านงานวิจัยและคุณภาพการผลิต แต่ที่ผ่านมาอาจมีบทบาทเป็น "นักวิจัยและนักผลิต" มากกว่า "นักการตลาด" จึงได้มอบนโยบายให้เร่งวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเพิ่มยอดขายและขยายช่องทางตลาด โดยเน้นการดึงเม็ดเงินจากภาคเอกชนและตลาดใหม่ๆ เข้าสู่ระบบสาธารณสุข

"หากโรงพยาบาลรัฐสนับสนุนการใช้สมุนไพรไทยมากขึ้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศจากเดิมยา 100 บาท อาจเหลือเพียง 40 บาท แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้วิธีนำของดีไปขาย เพื่อนำเม็ดเงินใหม่เข้าประเทศ โดยต้องบริหารจัดการแบบอุตสาหกรรมสุขภาพเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นน้ำคือเกษตรกร จนถึงปลายน้ำคือการจัดจำหน่าย" รมว.สธ. กล่าว

ในส่วนของกลยุทธ์การตลาด รัฐมนตรีฯ ได้เสนอให้เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ “มัสคูล สเปรย์” (Muscool Spray) จากสมุนไพรกระดูกไก่ดำ ซึ่งมีสรรพคุณแก้ปวดกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับกลุ่มกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง (Sports Impact) เช่น วงการมวยไทย สมาคมกีฬาต่างๆ รวมถึงเวทีการแข่งขันระดับโลกอย่าง ONE Championship ซึ่งถือเป็นการสร้าง Soft Power สมุนไพรไทยในเวทีสากล
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสิทธิบัตรทอง (30 บาทรักษาทุกโรค) โดยมอบหมายให้ สปสช. ประเมินตัวเลขการจัดซื้อสมุนไพร เพื่อวางแผนการสนับสนุนเชิงนโยบายให้เติบโตยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันอภัยภูเบศรมีการรับซื้อสมุนไพรจากชุมชนกว่า 71 ล้านบาทต่อปี ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างทั่วถึง

ด้าน พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล เปิดเผยว่า อภัยภูเบศรมีความพร้อมครบวงจรตาม "อภัยภูเบศรโมเดล" โดยในปี 2568 มียอดจ่ายยาสมุนไพรสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ผลิตภัณฑ์เด่นที่กำลังเร่งผลักดันคือ “อภัย-บี กลีบบัวแดง” ซึ่งมีผลการศึกษาว่าช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนและชะลอความเสื่อมของสมอง ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุทั่วโลก

"เป้าหมายของเราคือการนำสมุนไพรไทยเข้าสู่ Guideline ทางการแพทย์ เพื่อใช้ทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน เช่น ขมิ้นชันรักษาโรคทางเดินอาหาร หรือสเปรย์กระดูกไก่ดำรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นคงทางยาในภาวะวิกฤตโลกแล้ว ยังเป็นการสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน" พญ.วลีรัตน์ กล่าวปิดท้าย

มานิตย์ สนับบุญ/ปราจีนบุรี