POLITICS
ปชป.พังงาเปิดตัวเป็นที่แรกของประเทศ 'คลินิกทนายอาสาพรรคประชาธิปัตย์'
พังงา-ประชาธิปัตย์ เปิดตัวที่แรกของประเทศ “คลินิกทนายอาสา พรรคประชาธิปัตย์” หน่วยเคลื่อนที่เร็วทางกฎหมาย ให้คำปรึกษาเชิงป้องกันแก่ประชาชนระดับฐานรากและกลุ่มเปราะบางโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ณ บริษัท สรรเพชร ทนายความ และ เพื่อน จำกัดอำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นางกันตวรรณ ตันเถียร รองเลขาธการพรรคประชาธิปัตย์ นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายสมควร เกี่ยวข้อง อดีต สส.กระบี่และสมาชิกพรรคฯ ร่วมเปิด “คลินิกทนายอาสา พรรคประชาธิปัตย์” โดยมี นายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร ประธานสภาทนายความจังหวัดพังงา อดีตผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคประชาธปัตย์ ในนามของคณะผู้จัดโครงการ

ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกระดับการเข้าถึงความยุติธรรมเชิงรุกท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ซับซ้อน ทั้งปัญหาหนี้สิน ข้อพิพาทที่ดิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการเปลี่ยนบทบาทเป็น “หน่วยเคลื่อนที่เร็วทางกฎหมาย” เพื่อให้คำปรึกษาเชิงป้องกันแก่ประชาชนระดับฐานรากและกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีได้ อันเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสและสร้างภูมิคุ้มกันทางกฎหมายให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง

ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่าโครงการ “คลินิกทนายอาสา พรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ตระหนักดีว่าความยุติธรรมคือรากฐานสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ประชาชนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรมเนื่องจากโครงสร้างกฎหมายที่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่สูงเกินแบกรับ คลินิกทนายอาสาแห่งนี้จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น "หน่วยเคลื่อนที่เร็วทางกฎหมาย" ที่รุกเข้าหาชุมชน เพื่อให้คำปรึกษาเชิงป้องกันในประเด็นที่กระทบต่อชีวิตประจำวัน ทั้งปัญหาหนี้สิน ที่ดินทำกิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนจากการสงเคราะห์เป็นการสร้างสิทธิ เพื่อให้ประชาชนทุกคน
โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและเกษตรกร สามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โครงการนี้มิได้เพียงแค่การให้คำปรึกษาเป็นรายกรณีเท่านั้น แต่คือการสร้างกลไกรับฟังปัญหาจริงจากพื้นที่ เพื่อนำไปวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นข้อเสนอนโยบายหรือการตรากฎหมายที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแม่นยำ โดยเรามีเป้าหมายขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2569 – 2572 เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นต่อระบบยุติธรรมและสถาบันทางการเมือง ผมขอขอบคุณเครือข่ายทนายอาสาทุกท่านที่มีจิตอาสาอุทิศตนเพื่อส่วนรวม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นที่พึ่งทางกฎหมายที่พึ่งพาได้จริงของพี่น้องประชาชนสืบไป
