POLITICS
'สุริยะ'คิกออฟ'ทุเรียนคาร์บอนต่ำ'โชว์ แปลงต้นแบบเมืองจันท์ 'ลดปุ๋ย ลดยา'
จันทบุรี-รัฐมนตรีเกษตร คิกออฟ "ทุเรียนคาร์บอนต่ำ" โชว์แปลงต้นแบบเมืองจันท์“ลดปุ๋ย ลดยาลดพึ่งพาเคมีเกษตร จัดการสวนทุเรียนสมัยใหม่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ด้วยปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์และปุ๋ยอินทรีย์ ฝ่าวิกฤติปุ๋ยแพง”

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการผลิต ทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐาน การส่งออกทุเรียนไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ

ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตทุเรียนส่งออกสำคัญของประเทศโดยข้อมูลการส่งออกทุเรียนทั้งประเทศไปยังจีน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 13 พฤษภาคม 2569 มีจำนวน 27,958 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 448,679 ตัน มูลค่ากว่า 51,377 ล้านบาท เป็นทุเรียนภาคตะวันออก 22,720 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 364,437 ตัน มูลค่ากว่า 41,820 ล้านบาท
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่ง ขับเคลื่อนนโยบาย "การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช ด้วยการจัดการธาตุอาหารพืชแบบบูรณาการ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตร" เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร และส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัย พืชอินทรีย์ และพืชคาร์บอนต่ำรวมถึงสนับสนุนมาตรการใช้ปุ่ย 70 : 30 เพื่อความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกร ฝ่าวิกฤติปุ๋ยแพง

จะดำเนินการระงับใบอนุญาตส่งออกทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อศุลกากรจีน (GACC)"
สำหรับการขับเคลื่อนลดต้นทุน ปรับเปลี่ยนสู่ชีวภัณฑ์-ปุ๋ยชีวภาพตามนโยบายช่วยลดภาระและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า"ตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีสุริยะที่ต้องการให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตท่ามกลางภาวะราคาปุ่ยเคมีผันผวน กรมฯได้เร่งส่งเสริมให้ชาวสวนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาเพิ่มสัดส่วนการใช้สารชีวภัณฑ์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช้เคมีซึ่งนอกจากจะช่วยลดรายจ่ายค่าปุ่ยค่ายาได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาข้อ"ไม่มีสารตกค้าง' ในมาตรการ 4 ไม่ อีกด้วย""การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงในภาคสนาม
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า"กรมวิชาการเกษตรพร้อมนำนโยบายเชิงรุกของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเข้มข้นเด็ดขาดเพื่อยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยและปกป้องตลาดส่งออกแสนล้านย้ำกฎเหล็ก "4 ไม่" โดยไม่มีข้อยกเว้น"
"กรมวิชาการเกษตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดด่านตรวจพืชและชุดเฉพาะกิจสารวัตรเกษตรบังคับใช้มาตรการ '4 ไม่' (ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ ไม่มีสี/ไม่มีสาร) อย่างเคร่งครัดสูงสุดหากสุ่มตรวจพบทุเรียนด้อยคุณภาพ ทุเรียนอ่อน หรือลังใดมีพฤติกรรมใช้สารเร่งสีเปลือกอย่าง Basic Yellow
เกษตรกรชาวสวนทุเรียนมีการตื่นตัวและนำปุ่ยชีวภาพรวมถึงสารชีวภัณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรไปประยุกต์ใช้ในสวนอย่างแพร่หลาย ผลลัพธ์ที่ได้คือ ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ผลผลิตทุเรียนกลับมีคุณภาพดีขึ้น เนื้อแน่น น้ำหนักแห้งได้เกณฑ์มาตรฐาน และปลอดภัยจากศัตรูพืช ซึ่งสิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านโยบายของกระทรวงเกษตรฯ สามารถตอบโจทย์การทำเกษตรกรรมที่ยังยืนและช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงขึ้นได้อย่างแท้จริง"
ในเวลาต่อมา คณะของรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการลงพื้นที่ตรวจดูล้งทุเรียนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจดูการ ซื้อขายดูคุณภาพในการรับซื้อทุเรียนในการส่งออก ไปยังประเทศจีน ในเรื่องคุณภาพการส่งออกไม่ให้มีทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ท้องตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ราคาทุเรียน ไม่ตกต่ำและยังผลให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนคุ้มกับการลงทุนในการประกอบอาชีพ มีกำลังใจในการทำสวนทุเรียน ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ของชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี
ภาพ/ข่าว กิตติพงศ์ คงคาลัย รายงาน
