LIFE & STYLE
วันเอเชียเวนเจอร์สปั้นเทศกาลดนตรีไทย สู่ Experience Hub ระดับโลก
กรุงเทพฯ-One Asia Ventures เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทศกาลดนตรีไทยสู่เวทีโลก หลังงาน Siam Songkran Music Festival 2026 ประสบความสำเร็จต่อเนื่อง โดยสามารถจำหน่ายบัตรได้มากกว่า 92,000 ใบภายใน 4 วัน และคาดว่าสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในงานกว่า 300 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เทศกาลยังสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยภาพรวมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงสงกรานต์ อาจสูงกว่า 3,400 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของ Festival Economy และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ“ประสบการณ์” มากกว่าการเข้าร่วมอีเวนต์แบบเดิม กระแส “Festival Economy” และ “Experience Economy” กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจใหม่ของโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มองหา “ประสบการณ์ที่น่าจดจำ” มากกว่าการบริโภคแบบเดิม ส่งผลให้ Music Festival ไม่ได้เป็นเพียงงานบันเทิง แต่กลายเป็น Experience Destination ที่เชื่อมโยงดนตรี ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และ social content เข้าด้วยกัน
คุณโอม รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์สจำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของ Siam Songkran ปีนี้ มาจากการค่อยๆ พัฒนาและรีดีไซน์ประสบการณ์ของงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้วางให้เป็นเพียง Music Festival แต่ต้องการ redefine ว่า Holiday Experience ของคนยุคใหม่ควรเป็นอย่างไร ผ่านการผสมผสาน music, culture, lifestyle และ energy ของเมืองเข้าไว้ด้วยกัน
“วันนี้ Music Festival ไม่ได้เป็นแค่งานบันเทิงอีกต่อไป แต่มันคือส่วนหนึ่งของ Experience Economy และ Creative Culture วันนี้คนไม่ได้มองหาแค่การเข้าร่วมงาน แต่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพของประสบการณ์มากขึ้น เราเห็นชัดจากการเติบโตของโซน Premium และ VIP ซึ่งสะท้อนว่า ตลาดเฟสติวัลในไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่ความเป็น mature market มากขึ้น”คุณรชต กล่าว
บริษัทมองว่า เฟสติวัลที่แข็งแรง ไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เข้าร่วม แต่ต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ ecosystem โดยรอบ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ธุรกิจในพื้นที่ และระยะเวลาการพักของนักท่องเที่ยว โดย Siam Songkran ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Songkran Economy ที่ปี 2026 คาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมกว่า 30,350 ล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกว่า 500,000 คนในช่วงเทศกาล

“One Asia Ventures ไม่ได้ต้องการแค่จัดงานให้ใหญ่ขึ้น แต่ต้องการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทศกาลดนตรีของภูมิภาค ผ่าน ecosystem ที่เชื่อมดนตรี การท่องเที่ยว และความร่วมมือระดับโลกเข้าด้วยกัน” คุณรชต กล่าว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือการยกระดับมาตรฐานของงานให้โตไปพร้อมกับขนาดของเฟสติวัล โดยเรียนรู้จากแนวทาง (Global Best Practices) ของเฟสติวัลระดับโลก ทั้งด้านการจัดงาน ระบบความปลอดภัย และการบริหารผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก (crowd management) เพื่อพัฒนาประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ international audience มากขึ้น
ในด้านแผนธุรกิจ One Asia Ventures เตรียมขยายความร่วมมือระดับนานาชาติ และพัฒนา Festival Ecosystem ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้าน audience, creative community, hospitality และ infrastructure เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งใน Global Festival Destinations ของโลก
หนึ่งในก้าวสำคัญในปีนี้ One Asia Ventures ได้เดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรระดับ Global Entertainment Ecosystem ในโครงการเทศกาลดนตรีระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยมีส่วนร่วมในโครงการและความร่วมมือภายใต้ ecosystem ของ Tomorrowland ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก และความพร้อมของทีมไทยในการทำงานร่วมกับเฟสติวัลระดับโลก

“การที่ Tomorrowland มองประเทศไทย สะท้อนว่าโลกเริ่มเห็นศักยภาพของไทยทั้งด้าน culture, tourism, hospitality และความสามารถในการรองรับงานขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน การมี Global Brands เข้ามา ไม่ได้ทำให้ตลาดเฟสติวัลไทยเล็กลง แต่จะช่วยขยายตลาดโดยรวม และทำให้คนทั่วโลกหันมามองประเทศไทยมากขึ้น” คุณรชต กล่าว
การเข้ามามีบทบาทในโปรเจกต์ระดับโลกเช่นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่คือการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมมิวสิคเฟสติวัลของไทย และเป็นบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของทีมไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในเวที Festival Industry ระดับโลก หากประเทศไทยสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทศกาลได้อย่างครบวงจร ทั้งสถานที่จัดงาน ระบบขนส่ง ความปลอดภัย การเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว และการสนับสนุนอีเวนต์ระดับโลก ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน Global Festival Destinations ของโลก เช่นเดียวกับหลายประเทศที่ใช้เทศกาลดนตรีเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Tomorrowland ในเบลเยียม, Coachella ในสหรัฐอเมริกา หรือ Fuji Rock ในญี่ปุ่น ซึ่งล้วนสร้างรายได้มหาศาลทั้งในด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
One Asia Ventures จึงไม่ได้วางบทบาทเป็นเพียงผู้จัดงานดนตรี แต่กำลังทำหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้ผลักดัน “Festival Economy” ของประเทศไทย และต่อยอดเทศกาลดนตรีจาก “Event” ไปสู่ “Creative Economy Infrastructure” ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และ soft power ให้กับประเทศได้ในระยะยาว
