BUSINESS
นายกฯหารือบริษัทนิปปอนสตีลเดินหน้า ยกระดับอุตฯเหล็กไทยสู่Green Industry
กรุงเทพฯ วันนี้ (วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.00 น.- ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นาย Takahiro MORI รองประธานกรรมการและรองประธานบริหาร บริษัทนิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เข้าพบหารือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้พบผู้บริหารบริษัทนิปปอน สตีล พร้อมขอบคุณที่บริษัทลงทุนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนอย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ขณะที่ผู้บริหารบริษัทนิปปอน สตีล กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตและดำเนินธุรกิจสำคัญของบริษัท โดยบริษัทได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเข้ามาถ่ายทอดให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ปัจจุบันบริษัทผลิตเหล็กเพื่อรองรับอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ทั้งอุตสาหกรรมน้ำมัน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานและภาคการผลิตของไทย
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยและการผลักดันสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
รัฐบาลยืนยันความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันภาคอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเตาหลอมไฟฟ้า (Electric Arc Furnace EAF) มากขึ้นภายในระยะไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียวในระยะยาว ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะกำหนดแนวทางการเลือกใช้เหล็กให้เหมาะสมกับลักษณะงานก่อสร้างแต่ละประเภท เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะอาคารสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
2. การดูแลผู้ประกอบการไทยและยกระดับมาตรการทางการค้า
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำสำคัญของไทย โดยขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping – AD) เพื่อช่วยดูแลผู้ประกอบการไทย และพร้อมรับข้อเสนอจากภาคเอกชนไปพิจารณาเพิ่มเติมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
3. การบริหารจัดการเศษเหล็กและการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างอุปสงค์ภายในประเทศ และการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการลงทุนด้านรีไซเคิลและการบริหารจัดการเศษเหล็กภายในประเทศ ซึ่งบริษัทนิปปอน สตีล เห็นสอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว และเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการใช้เศษเหล็กภายในประเทศมากขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเหล็กสีเขียวในอนาคต
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
