THAILAND

ระทึก!2ผัวเมียบุรีรัมย์ปีนต้นไม้หนีช้างป่า ไล่วิ่งกระทืบข้าวสารบัตรคนจนช่วยชีวิต



อำเภอโนนดินแดง บุรีรัมย์-สองสามีภรรยาอายุ 63และ 66 ปี เล่านาทีชีวิตถูกช้างป่าบุกกระท่อมปีนขึ้นยอดต้นไม้โดยไม่รู้ตัว เผยเป็นช้างป่าตัวเดียวที่ตระเวนทำร้ายชาวบ้านเสี่ยชีวิตมาแล้วหลายราย ป้าเผยช้างตัวนี้ต่างจากช้างตัวอื่นพยายามวนหาคนมากกว่าอาหาร โชคดีข้าวสารที่เพิ่งใช้เงินบัตรคนจนไปซื้อมาถ่วงเวลาให้ได้ขึ้นต้นไม้

วันที่  7 มิ.ย.2569 คลิปภาพของชุดผลักดันช้างป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ถูกนำมาเผยแพร่ทางโลกโซเชียล ระหว่างการเข้าไปช่วยเหลือสองสามีภรรยา ที่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่บนต้นไม้อย่างน่าเวทนา ชาวเน็ตต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่สงสารสองสามีภรรยา บางคนนำไปเปรียบเทียบหากตัวเองถ้าเข้าไปอยู่กับเหตุการณ์นั้นจะทำกันอย่างไร

จากการตรวจสอบผู้ประสบเหตุคือ นายสยาม พูนสวัสดิ์(เสื้อลายทหาร) อายุ 63 ปีและนางประไพ พูนสวัสดิ์(เขิต ลายทาง) อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 15 บ้านหนองเสม็ด  ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์

นางประไพ ได้เล่าถึงนาทีหนีตายว่า ปกติตนกับสามีจะมาเลี้ยงวัวบริเวณนี้เพราะมีแหล่งน้ำ โดยจะทำกระท่อมยกสูงยึดติดกับต้นไม้พยูงเอาไว้เป็นที่นอนตอนกลางคืน และเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 24.00 น.ตนนอนอยู่ในห้อง สามีนอนอยู่ชานห้อง

ตอนนั้นได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาเขย่ากระท่อม จึงลุกขึ้นมาดูปรากฎว่าพบช้างตัวใหญ่ จึงตะโกนบอกให้สามีแต่สื่อสารกันยากเพราะสามีหูไม่ค่อยดี พอต่างคนต่างเห็นว่าเป็นช้างป่าจึงพยายามหนีเพื่อเอาตัวรอด

 

มีเพียงต้นไม้พยูงเท่านั้นที่จะหนีไปที่สูงได้ แต่ตนปีนต้นไม้ไม่เป็น สามีจึงลากตนไปกอดกับต้นไม้แล้วดันบริเวณก้นของต้นให้ปีนขึ้นไป พอขึ้นได้ 1 กิ่งตนก็ควานหาอีกกิ่งหนึ่งที่สูงขึ้นไป สุดท้ายได้ไปอยู่ยอดต้นไม้ จากนั้นสามีก็ปีนตามขึ้นไป

จากนั้นได้โทรศัพท์ซึ่งพกติดตัวตลอดเวลาโทรหาชุดผลักดันช้างป่าซึ่งชาวบ้านจะมีเบอร์ประสานกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ประมาณ 20 นาทีชุดผลักดันช้างป่าก็มาถึงตามคลิปที่ปรากฏ

นางประไพ เล่าด้วยว่าที่ผ่านมาตนมักจะเจอช้างป่าเป็นประจำ แต่ไม่เหมือนตัวนี้เพราะพยายามวนหาคนมากกว่าสิ่งของ ครั้งนี้ถือว่าบัตรคนจนช่วยชีวิตเอาไว้ เพราะช่วงที่ตนกับสามีกำลังปีนต้นไม้อยู่นั้น ช้างมัวแต่สนใจข้าวสารที่ตนเพิ่งใช้บัตรคนจน 1,000 บาทไปซื้อมาเอาไว้กิน 

ด้านนายองอาจ คำสะรัมย์(เสื้อยืดน้ำเงิน) อายุ 54 ปี กำนัน ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นเขตป่าชุมชน หมู่ 1 และหมู่ 10 ติดเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา เท่าที่เห็นน่าจะเป็นช้างป่าที่เคยทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตมาแล้วหลายราย 

ส่วนแนวทางการแก้ไขตอนนี้จะพยายามพูดคุยกับสองสามีภรรยาว่ายังคงจะอยู่จุดนี้ต่อไปอีกหรือไม่ เพราะช้างป่ามีนิสัยแตกต่างกันไปบางตัวน่ารัก แต่บางตัวดุร้ายเหมือนที่เจอเมื่อคืน

ทีมข่าวบุรีรัมย์ รายงาน