THAILAND

หน.อช.ทับลานเตือนชาวบ้านงดเข้าใกล้ เผยพฤติกรรมช้างอดนอนหงุดหงิดง่าย



ปราจีนบุรี - เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทับลาน สนธิกำลังร่วมกับอำเภอกบินทร์บุรี ผู้นำท้องถิ่น และชุดอาสาฯ วางแผนเร่งผลักดันช้างป่าเพศผู้ที่พลัดหลงจากโขลงเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตชุมชนและพื้นที่ใกล้ที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี กลับคืนสู่ผืนป่าอย่างปลอดภัย หลังสร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 69  

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ปราจีนบุรี  สถานการณ์ความคืบหน้าล่าสุด  เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 8 มิ.ย. 69 นายธรรมรัฎฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้ร่วมประชุมวางแผนกับนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางผลักดันช้างป่า 1 ตัว ซึ่งพบว่าเข้ามาอาศัยอยู่ในป่าที่สาธารณประโยชน์ หลังที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี บริเวณบ้านหนองช้างลง หมู่ที่ 4 ต.กบินทร์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเพียง 30 เมตร โดยได้มีการประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้วังมืด เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และชุดจิตอาสาผลักดันช้างป่าในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมภารกิจ

จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ สันนิษฐานว่าช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างเพศผู้ในวัยหนุ่มที่มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากโขลง และเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นช้างที่มาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ใช่ช้างจากพื้นที่ป่าทับลานโดยตรง เนื่องจากเส้นทางการเคลื่อนที่ที่ตรวจพบมีความผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมช้างป่าในเขตทับลานทั่วไป 

นอกจากนี้ บริบทของชื่อตำบลในพื้นที่ เช่น ตำบลวังท่าช้าง ตำบลเขาไม้แก้ว หรือบ้านหนองช้างลง อ.กบินทร์บุรี ยังสะท้อนให้เห็นว่าในอดีตพื้นที่เหล่านี้เคยเป็นเส้นทางผ่านของช้างป่ามาตั้งแต่อดีต

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้แสดงความห่วงใยถึงพฤติกรรมของช้างตัวนี้ที่มีอาการหงุดหงิดและเครียดจัดจากการอดนอน ประกอบกับอาการตื่นตกใจที่ถูกชาวบ้านมุงดูและติดตามถ่ายภาพ-ไลฟ์สด  ด้วยรถจักรยานยนต์ ทำให้ช้างได้รับบาดเจ็บจากการเดินชนรั้วลวดหนาม โดยเจ้าหน้าที่กำหนดจะเริ่มปฏิบัติการผลักดันช้างในช่วงเวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น. ของวันนี้

 ทั้งนี้การเลือกผลักดันในช่วงเย็นเป็นไปเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงกลางวันซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของช้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างเครียดจนเกิดอันตรายต่อประชาชน

ทั้งนี้ นายอำเภอกบินทร์บุรีได้กำชับให้ผู้นำหมู่บ้านเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของชุดผลักดันช้างป่าอย่างเคร่งครัด งดการเข้าใกล้หรือติดตามช้าง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

มานิตย์ สนับบุญ 081-5583238 - ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ - ภาพ / ปราจีนบุรี08062569   -ข่าว-(คืบหน้า)-ระดมกำลังผลักดัน "ช้างป่า" พลัดหลงเข้าเขตชุมชนกบินทร์บุรี กลับคืนถิ่นเดิมเขตรักษาพันธุ์ฯ สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนแปดริ้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 8 มิ.ย. 69 นายธรรมรัฎฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้ร่วมประชุมวางแผนกับนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางผลักดันช้างป่า 1 ตัว ซึ่งพบว่าเข้ามาอาศัยอยู่ในป่าสาธารณประโยชน์หลังที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี บริเวณบ้านหนองช้างลง หมู่ที่ 4 ต.กบินทร์ โดยได้มีการประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้วังมืด เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และชุดจิตอาสาผลักดันช้างป่าในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมภารกิจ

จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ สันนิษฐานว่าช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างเพศผู้ในวัยหนุ่มที่มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากโขลง โดยคาดว่าเป็นช้างที่มาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา ที่เดินหากินไกลมาถึงอุทยานแห่งชาติทับลานแล้วถูกโขลงใหญ่ในพื้นที่ไล่ออกมา จนต้องเร่ร่อนลงมาถึง อ.กบินทร์บุรี

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้แสดงความห่วงใยถึงพฤติกรรมของช้างที่มีอาการหงุดหงิดและเครียดจัดจากการอดนอน ประกอบกับอาการตื่นตกใจที่ถูกชาวบ้านติดตามถ่ายภาพและไลฟ์สดอย่างใกล้ชิด จนช้างได้รับบาดเจ็บจากการเดินชนรั้วลวดหนาม

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายสมฤกษ์ ศุภมิตรกฤษณา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้ลงพื้นที่สั่งการด้วยตนเอง นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย กระจายกำลังเข้าผลักดันช้างป่าที่ซ่อนตัวอยู่หลังห้องประชุมอำเภอ โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้ประทัดเพื่อส่งสัญญาณผลักดันจนช้างยอมเดินออกจากป่า มุ่งหน้าไปยังทางรีสอร์ทผาสุขและใกล้ถนนสาย 304

ล่าสุด เมื่อเวลา 22.00 น. นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ เปิดเผยสถานการณ์    ล่าสุดว่า ขณะนี้ช้างป่าได้เคลื่อนย้ายไปในทิศทางมุ่งหน้าสู่พื้นที่ "8 ริ้ว" หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน (ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก) ตามเส้นทางสาย 359 (สระแก้วตัดใหม่) โดยเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการละมุนละม่อม เน้นเฝ้าระวังไม่ให้ช้างเข้าใกล้เขตชุมชนและไม่ใช้การกดดันที่รุนแรงเกินไป เพื่อให้ช้างเดินกลับถิ่นฐานเองตามธรรมชาติ แม้จะมีอุปสรรคจากสภาพอากาศที่มีฝนตกในพื้นที่ก็ตาม

ทั้งนี้ นายอำเภอกบินทร์บุรีและหัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน ได้ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่สัญจรผ่านจุดที่มีการผลักดันช้างให้เพิ่มความระมัดระวัง และขอความร่วมมือในช่วงเวลากลางคืนให้ประชาชนอยู่ภายในที่พักอาศัยเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

มานิตย์ สนับบุญ - ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ - ภาพ / ปราจีนบุรี