BANGKOK
กทม.มอบประกาศนียบัตร40โรงเรียนใช้ หลักสูตร‘อย่าปล่อยให้เด็กอ้วน’
กรุงเทพฯ-(12 มิ.ย. 69) พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรกิจกรรมหลักสูตร “อย่าปล่อยให้เด็กอ้วน” ภายใต้โครงการความร่วมมือ Bangkok, City for Better Health แก่โรงเรียนนำร่อง จำนวน 40 โรงเรียน พร้อมมอบโล่รางวัลยอดเยี่ยมแก่ 5 โรงเรียนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร
รองปลัด กทม. กล่าวว่า ท่ามกลางความเจริญเติบโตของกรุงเทพมหานคร มีความจริงที่น่าห่วงไม่น้อยคือปัญหาโรคอ้วนในเด็ก เราอาจรู้สึกคุ้นชินกับภาพเด็กนั่งอยู่หน้าจอเล่นเกมหรือเพลิดเพลินกับอาหารรสหวานขนมขบเคี้ยวน้ำอัดลมในวิถีชีวิตแบบเมืองหลวง สิ่งนี้เป็นความท้าทายและเป็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเยาวชนในระยะยาว ไม่ใช่เพียงตัวเลขน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่หมายถึงรอยยิ้มความสดใสพลังในการเรียนรู้ที่อาจจะลดลง
รองปลัด กทม. กล่าวต่อไปว่า เพราะเด็กคือหัวใจสำคัญของเมือง เราไม่อาจปล่อยให้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดกับเด็ก ๆ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่จุดประกายหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน ภายใต้โครงการ Bangkok, City for Better Health ขึ้น หลักสูตรนี้เปรียบเหมือนของขวัญเป็นความรักที่เราอยากมอบให้กับเด็ก ๆ โดยเริ่มจากการปลูกฝังให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจแล้วค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตั้งแต่ในวัยเรียน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่สุดที่จะทำให้เขาเติบโตอย่างแข็งแรง
“ความสำเร็จในวันนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ร่วมพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนโรงเรียนที่นำหลักสูตรไปประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานและขอชื่นชมอย่างสุดซึ้งต่อคณะครูโรงเรียนทุกแห่ง ทุกท่านคือฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างก้าวแรกที่สำคัญที่จะเติมความรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กให้เกิดขึ้นจริงในรั้วโรงเรียน ผลลัพธ์ที่น่าพอใจวันนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภาพที่เราอยากจะเห็นกรุงเทพมหานครในอนาคตเป็นเมืองสุขภาวะที่ดีอย่างแท้จริง เป็นเมืองที่ไม่ได้มองแค่ความเจริญของอาคารบ้านเรือนแต่มองเห็นคุณภาพชีวิตของเด็กเป็นเรื่องสำคัญ และท้ายที่สุดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเดินหน้าพัฒนาและขยายผลโครงการนี้ไปด้วยกันอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรอยยิ้มและสุขภาพที่แข็งแรงของลูกหลานของคนกรุงเทพฯ” รองปลัด กทม. กล่าว
สำหรับ Bangkok, City for Better Health เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และบ. โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) เพื่อขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครเป็นต้นแบบแห่งเมืองสุขภาพดี และส่งเสริมความเท่าเทียมทางสุขภาพในเมือง โดยโครงการเริ่มตั้งแต่ มิ.ย. 68 โดยนำร่องหลักสูตรและคู่มือสุขภาพในชั้น ป.1 ป.4 ม.1 ม.4 ของโรงเรียน กทม. ทั้งหมด 40 โรงเรียน (กลุ่มทดลอง 21 โรงเรียน และกลุ่มควบคุม 19 โรงเรียน) ช่วง ม.ค. - มี.ค. 2569 โดยโรงเรียนได้สร้างสรรค์กิจกรรมเชิงรุกอย่างหลากหลาย เช่น การแบ่งสีอาหารตามไฟจราจร การอ่านฉลากโภชนาการ การใช้สมุดบันทึกสุขภาพ เมนูชูสุขภาพ และการออกแบบการออกกำลังกาย ซึ่งบางโรงเรียนสามารถขยายผลสร้างแรงกระเพื่อมสู่ชุมชนรอบข้างได้
ด้านผลลัพธ์โครงการด้านมิติความรู้สุขภาพ พบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นสูงมาก ด้านพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีคะแนนพฤติกรรมลดลง (เสี่ยงมากขึ้น) ดังนั้น สรุปได้ว่าการสร้างกิจกรรมส่งเสริมเรื่องสุขภาพและการสร้างความตระหนักอย่างจริงจังในโรงเรียนช่วยให้ความรู้ด้านสุขภาพสูงขึ้น และอาจจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินกิจกรรมมีโรงเรียนนำร่องที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ 1. โรงเรียนนาหลวง 2. โรงเรียนวัดศาลาแดง 3. โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม 4. โรงเรียนหมู่บ้านเกาะโพธิ์ และ 5. โรงเรียนประชาบำรุง
ทั้งนี้ ในปีการศึกษาปัจจุบัน คณะทำงานมุ่งมั่นจะขยายการนำหลักสูตรไปใช้ในโรงเรียนสังกัด กทม. 120 โรงเรียน และคาดหวังว่าจะสามารถขยายไปได้ครบ 437 โรงเรียนในปี 2570 และเมื่อสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตร “อย่าปล่อยให้เด็กอ้วน” นักเรียนจะเป็นบุคคลที่มีสมดุลระหว่างความรู้ และพฤติกรรมสุขภาพที่ดี มีความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม และมีศักยภาพในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม
ในการนี้ พันจ่าเอก ดร. สมยศ คำนึงผล ศึกษานิเทศชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการจัดการเรียนรู้ ศึกษานิเทศก์ สำนักการศึกษา ภญ. ยุวดี จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะเพื่อการเข้าถึงยาและความยั่งยืน บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด นายภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและนักพฤติกรรมศาสตร์ Nudge Thailand ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษาและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธี
