IN NEWS
นายกฯมั่นใจศักยภาพสตรีไทยชู3กลยุทธ์ หนุนมีลูก-บ้านปลอดภัย-ยุติความรุนแรง
กรุงเทพฯ-นายกฯ มั่นใจศักยภาพสตรีไทย ชู 3 กลยุทธ์ “สนับสนุนการตั้งครรภ์ - ออกแบบเมืองปลอดภัย - ยุติความรุนแรงในครอบครัว” ยกระดับบทบาทสตรี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) เวลา 14.00 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ W-Unity : รวมพลังสตรี เชื่อมใจ เพื่อการพัฒนาและมอบนโยบาย เรื่อง “ทิศทางรัฐบาลในการยกระดับบทบาทสตรี สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นายกรัฐมนตรีและภริยายืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นรับชมวีดิทัศน์ความสำเร็จของ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี”
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบาย “ทิศทางรัฐบาลในการยกระดับบทบาทสตรีสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ว่าการพัฒนาประเทศบางครั้งก็วัดได้จากเรื่องที่ใกล้ตัว โดยประชากรครึ่งประเทศ คือประชากรที่เป็นเพศหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงในวัยทำงานที่กำลังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยขอตั้งคำถามว่า 1) เวลาที่ผู้หญิงมีลูก เธอยังต้องกังวลว่าอนาคตในหน้าที่ การงานจะสะดุดหรือไม่ 2) ผู้หญิงสามารถเดินทางและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองของตัวเอง ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ และ 3) หากผู้หญิงเผชิญความรุนแรงภายในบ้าน รัฐดูแลได้ดีหรือไม่

“โดยหากยังไม่มีคำตอบที่ดีพอสำหรับคำถามเหล่านี้ แปลว่ายังมีอุปสรรคที่เป็นข้อจำกัดของผู้หญิง และจำกัดโอกาสของประเทศในการใช้ศักยภาพของประชาชนได้อย่างเต็มที่ในการพัฒนาประเทศ การยกระดับบทบาทสตรีจึงไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้นแต่เป็นเรื่องของอนาคตประเทศไทย”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับบทบาทสตรี โดยเน้น 3 เรื่องสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิง และความเข้มแข็งของสังคมไทย
1) สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ การคลอดและการเลี้ยงดูบุตร เด็กในวันนี้ คือกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต ดังนั้น สังคมต้องสนับสนุนผู้หญิงในการมีบุตร ด้วยการแบ่งเบาภาระให้มากที่สุด โดยล่าสุดประเทศไทยมีกฎหมายให้คู่สมรสหรือพ่อของเด็กสามารถลาช่วยเลี้ยงดูบุตรที่เพิ่งคลอดได้ 15 วัน
2) การออกแบบเมือง ที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้คน เมืองที่ดีต้องเข้าใจวิถีชีวิตเหล่านี้ จะต้องมีทางเดินที่ปลอดภัย และมีแสงสว่างเพียงพอ ระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงง่าย พื้นที่สาธารณะที่เป็นมิตร กับทุกคน และช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย
3) การป้องกันและยุติความรุนแรงในครอบครัว บ้านควรเป็นสถานที่ ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในความเป็นจริง ยังมีผู้หญิง เด็ก และสมาชิกในครอบครัว อีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญความรุนแรงอยู่ภายในบ้าน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ เรื่องในครอบครัว แต่เป็นปัญหาสาธารณะ ดังนั้น รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างระบบคุ้มครองที่เข้มแข็งขึ้น เพิ่มการเข้าถึงความช่วยเหลือ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า หลายประเทศทั่วโลกพบว่า การยกระดับบทบาทสตรีเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ประเทศไทยก็เช่นกัน นายกรัฐมนตรีเชื่อว่า เมื่อผู้หญิงก้าวไปข้างหน้า ประเทศก็จะก้าวไปข้างหน้า และเมื่อผู้หญิงมีโอกาสใช้ศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ ประเทศไทยก็จะมีโอกาสใช้ศักยภาพของเราได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดโครงการ W- Unity : “รวมพลังสตรีเชื่อมใจ เพื่อการพัฒนาและมอบนโยบาย” และยืนยันการพัฒนาบทบาทสตรีไม่ใช่เรื่องของสตรีด้วยกันเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งต้องการการสนับสนุนจากทุกคนในสังคม เพื่อการพัฒนาประเทศของเราอย่างยั่งยืนต่อไป
“ผลจากการ workshop ในวันนี้ รัฐบาลจะรวบรวมข้อเสนอต่างๆ และนำไปปรับเพื่อให้สตรีได้ใช้ศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ ไม่มีคำว่าเพศมากั้นกลาง โดยถ้าเป็นเรื่องสิทธิ โอกาส ความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิต รัฐบาลไม่ลังเลแม้แต่น้อย พร้อมเดินหน้าทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว”
จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา ได้ทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีและภริยาได้เดินทางต่อไปยังอาคารชาเลนเจอร์ 2 เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “OTOP Midyear 2026” ต่อไป
