IN NEWS
นายกฯเปิดThailand FastPassเดินหน้า เร่งรัดการลงทุนดึงอุตฯอนาคตสร้างงาน
กรุงเทพฯ-วันนี้ (วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เข้าร่วมด้วย
โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากอดีตไปอย่างมาก โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “ความเร็ว” เนื่องจากนักลงทุนไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดตลาด จำนวนแรงงาน หรือต้นทุนการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความสามารถของประเทศในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหา และเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ความล่าช้าได้กลายเป็นต้นทุนที่เกิดจากการสูญเสียโอกาส โดยทุกวันที่โครงการลงทุนต้องรอคอย หมายถึงการจ้างงานที่ยังไม่เกิดขึ้น รายได้ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และโอกาสในการพัฒนาที่อาจเกิดขึ้นในประเทศอื่นแทน
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมุ่งปรับบทบาทการทำงานของภาครัฐจากการเป็นเพียงผู้กำกับดูแล ไปสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวก บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ สามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) ในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการลดเอกสารหรือขั้นตอนเท่านั้น แต่หมายถึงการทำให้ภาครัฐสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ Thailand FastPass ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพภาครัฐ คุณภาพของกฎระเบียบ ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า บัตร Thailand FastPass ที่มอบให้แก่ผู้ประกอบการในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับการทำงานภาครัฐ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญของอาเซียน ภูมิภาค และของโลก โดยเชื่อมั่นว่าการขยายตัวของภาคธุรกิจจะก่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งจะส่งต่อประโยชน์ไปยังภาคส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านปัจจัยสนับสนุนการผลิต โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคเอกชนในอนาคตได้อย่างมั่นคง
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 7 หน่วยงานที่ร่วมกันผลักดันโครงการ Thailand FastPass ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีแก่บริษัททั้ง 23 แห่งที่ได้รับบัตร Thailand FastPass ในวันนี้ โดยระบุว่าโครงการของทุกบริษัทไม่ใช่เพียงตัวเลขการลงทุน แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย ศักยภาพของประเทศ และทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจไทย อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนต่อไป
ภายหลังกล่าวเปิดงานฯ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับผู้แทน 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
