GLOBAL C

จีนเปลี่ยนเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเป็นพลังขับ เคลื่อนเศรษฐกิจวันหยุด



กรุงเทพฯ-เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง หรือ เทศกาลตวนอู่ของจีนในปีนี้ ไม่ได้คึกคักเฉพาะในมิติของประเพณีเท่านั้น แต่ยังเห็นชัดว่า จีนกำลังใช้เทศกาลดั้งเดิมเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจวันหยุดเดินหน้า ตั้งแต่การเดินทาง ท่องเที่ยว กิจกรรมวัฒนธรรม ไปจนถึงการจับจ่ายในเมืองต่างๆ

ตลอดช่วงวันหยุด 3 วัน ระหว่างวันที่ 19–21 มิถุนายน 2026 จีนมีการเดินทางข้ามภูมิภาคทั่วประเทศรวม 652.78 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 217.59 ล้านครั้ง โดยการเดินทางทางรถไฟอยู่ที่ 49.45 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 2.97% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนการเดินทางทางอากาศอยู่ที่ 5.68 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 0.60% ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวภายในประเทศมีจำนวน 124 ล้านครั้ง สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวราว 44,500 ล้านหยวน หรือประมาณ 220,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

ตัวเลขเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่า แม้เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างจะเป็นวันหยุดสั้น แต่ยังมีพลังสูงในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะเมื่อจีนสามารถเปลี่ยนประเพณีเก่าแก่ให้กลายเป็น “ประสบการณ์ร่วมสมัย” ที่เชื่อมโยงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจเทศกาลปีนี้ คือ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น หลายเมืองนำกิจกรรมดั้งเดิม เช่น การห่อบ๊ะจ่าง การทำช่ออ้ายเฉ่า การทำถุงหอม และการถักเชือก 5 สี มาปรับรูปแบบให้เป็นกิจกรรมเชิงประสบการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย หรือกระแส “นิวไชนีส” ที่ผสมผสานความดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน

ผู้บริโภคจึงไม่ได้ต้องการเพียงเดินทางไปชมสถานที่ แต่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับบรรยากาศของเทศกาล ตั้งแต่การลงมือทำกิจกรรมพื้นบ้าน การถ่ายภาพในพื้นที่จัดแสดง ไปจนถึงการซื้อสินค้าสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากสัญลักษณ์ของเทศกาลตวนอู่

การแข่งขันเรือมังกรยังคงเป็นภาพจำสำคัญของเทศกาล แต่ในปีนี้ บทบาทของเรือมังกรขยายจากกีฬาและพิธีกรรม ไปสู่เครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง หลายพื้นที่ใช้การแข่งขันเรือมังกรเป็นกิจกรรมแม่เหล็กเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างการพักค้างคืน และเพิ่มการใช้จ่ายในร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า และตลาดท้องถิ่น

อีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ เศรษฐกิจการแสดง จีนใช้คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี การแสดงสด และกิจกรรมกลางคืน เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์กระตุ้นเมืองท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำ “การแสดง + การเดินทาง” มาผูกเข้ากับเศรษฐกิจเทศกาล โดยมีการจัดคอนเสิร์ตหลายงานในช่วงเดียวกัน พร้อมแพ็กเกจที่เชื่อมโยงโรงแรม การเดินทาง จุดท่องเที่ยว และสิทธิพิเศษสำหรับผู้ชมการแสดง

แนวคิดนี้ทำให้การเดินทางเพื่อชมคอนเสิร์ตไม่ได้จบลงที่เวทีการแสดง แต่ขยายเป็นการใช้จ่ายทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทางในเมือง ไปจนถึงกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่อง ถือเป็นภาพสะท้อนของเศรษฐกิจประสบการณ์ที่จีนกำลังผลักดันในหลายเมือง

ในด้านอาหาร บ๊ะจ่างยังเป็นสัญลักษณ์หลักของเทศกาล แต่ตลาดบ๊ะจ่างกำลังเปลี่ยนจากสินค้าตามฤดูกาลไปสู่สินค้าสร้างสรรค์และสินค้าสุขภาพ รายงานแนวโน้มผู้บริโภคระบุว่า ตลาดบ๊ะจ่างของจีนในปี 2026 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 11,880 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นราว 8% จากปีก่อน

แนวโน้มที่โดดเด่น คือ บ๊ะจ่างไขมันต่ำ บ๊ะจ่างธัญพืช บ๊ะจ่างค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ รวมถึงบ๊ะจ่างรสชาติใหม่ เช่น บ๊ะจ่างกาแฟ บ๊ะจ่างชานม และบ๊ะจ่างอาหารทะเล การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยขยายฐานผู้บริโภคจากกลุ่มครอบครัวและการมอบเป็นของฝาก ไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสินค้าที่มีเรื่องเล่า ถ่ายรูปได้ และตอบโจทย์สุขภาพมากขึ้น

นครฉงชิ่งเป็นอีกตัวอย่างของเมืองที่ใช้เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างกระตุ้นเศรษฐกิจวันหยุดอย่างครบวงจร ศูนย์ข้อมูลวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวฉงชิ่งประเมินว่า ช่วงเทศกาลตวนอู่ แหล่งท่องเที่ยวระดับ A ของเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวรวม 2.62 ล้านครั้ง ขณะที่นักท่องเที่ยวขาเข้าแบบพักค้างคืนเพิ่มขึ้น 16.6% เมืองยังจัดกิจกรรมมากกว่า 100 รายการ ครอบคลุมการแข่งขันเรือมังกร ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลาดอาหาร ดนตรี การแสดง กิจกรรมครอบครัว และนิทรรศการ

กรณีของฉงชิ่งสะท้อนว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจเทศกาลในจีนไม่ได้พึ่งพาจุดขายเพียงด้านเดียว แต่ใช้ทั้งเมืองเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยว ทั้งกลางวัน กลางคืน ในแหล่งท่องเที่ยว ย่านการค้า พื้นที่ริมน้ำ และพื้นที่วัฒนธรรม

ภาพรวมของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างปี 2026 จึงแสดงให้เห็นว่า จีนไม่ได้มองเทศกาลดั้งเดิมเป็นเพียงพื้นที่ของการอนุรักษ์วัฒนธรรม แต่กำลังต่อยอดให้เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจวันหยุด ผ่านการเดินทาง การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ กีฬา การแสดง อาหาร และกิจกรรมในระดับเมือง เมื่อประเพณีถูกออกแบบให้เชื่อมกับวิถีชีวิตร่วมสมัย เทศกาลสั้นๆ เพียงไม่กี่วันจึงสามารถสร้างแรงส่งให้การบริโภคภายในประเทศ และเพิ่มโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ภาพ : CGTN