ECON & BIZ

สนค.เผยดัชนีราคาผู้ผลิตในก.ค.69ทรงตัว ตามราคาพลังงานและค่าเงินบาทอ่อนลง



กรุงเทพฯ-สนค.เผยดัชนีราคาผู้ผลิต ก.ค. 69 ค่อนข้างทรงตัว ตามราคาพลังงานและค่าเงินบาทที่อ่อนลง เท่ากับ 113.8 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 สูงขึ้นร้อยละ 7.3 (YoY) เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น ร้อยละ 8.0 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการปรับตัวขึ้นในทุกหมวด ได้แก่ หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรม และการประมง จากฐานราคาสินค้าเกษตรสำคัญในปีก่อนที่ต่ำ หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จากราคาพลังงานในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง รวมถึงทองคำ ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนกรกฎาคม 2569 เท่ากับ 113.8 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 สูงขึ้นร้อยละ 7.3 (YoY) เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น ร้อยละ 8.0 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ ข้าวเปลือก จากฐานราคาในปีก่อนที่ต่ำ หัวมันสำปะหลังสด จากปริมาณผลผลิตในตลาดที่มีน้อยตามการนำเข้าผ่านชายแดนที่ลดลง ยางพารา จากผลกระทบของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสูงขึ้น และผลปาล์มสด จากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก สำหรับสินค้าที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ สุกรมีชีวิต ไก่เนื้อมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากความต้องการบริโภคที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม  หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นร้อยละ 21.8 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก จากความกังวลด้านอุปทานอันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น สินแร่โลหะ จากอุปทานที่มีจำกัด ประกอบกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง จากความต้องการของภาคก่อสร้างรวมถึงต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 6.9 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ราคาปรับสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี ราคาปรับสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบประกอบกับเงินบาทอ่อนค่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบเคมีบางประเภทเพิ่มขึ้น กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก จากความต้องการของตลาด ประกอบกับผลผลิตวัตถุดิบที่ได้ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ราคาปรับสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ (ทองคำ) ราคาปรับสูงขึ้นตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก 

แนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนสิงหาคม ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราคงที่หรือสูงขึ้นเล็กน้อย ตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามความรุนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้งระลอกใหม่ ส่งผลให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์และค่าขนส่งมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงการอ่อนค่าของเงินบาทที่เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศปลายทางสำคัญ อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนในภาพรวมที่สูงขึ้นโดยไม่ปรับสินค้าไปอีกระยะหนึ่ง 

นายนันทพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนกรกฎาคม 2569 ในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลสืบเนื่องจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ต้นทุนค่าพลังงานและด้านการขนส่งยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง กระทบต่อต้นทุนในภาคการผลิตของหลายอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการอ่อนค่าลงของเงินบาท ที่ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบนำเข้าและสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก โดยการขยายตัวมีอัตราที่ค่อนข้างทรงตัว