GLOBAL C

จีนชู'China Opportunity 2.0'บนเวที Summer Davos ย้ำจีนเป็นตลาดใหญ่ และฐานนวัตกรรมของโลก



นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ใช้เวที Summer Davos ครั้งที่ 17 ที่เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ส่งสัญญาณถึงภาคธุรกิจทั่วโลกว่า เศรษฐกิจจีนกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการพัฒนา โดยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นฐานสำคัญ ขณะที่นวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง การขยายศักยภาพของตลาดภายในประเทศ และการเปิดกว้างต่อการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป

ในการกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม นายกฯ หลี่ เฉียงระบุว่า ปี 2026 เป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ผันผวนมากขึ้น ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานโลก แต่เศรษฐกิจจีนยังคงฝ่าความท้าทายและเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

นายกฯ หลี่ เฉียง สรุปภาพเศรษฐกิจจีนในช่วงต้นแผนพัฒนาฉบับใหม่ผ่าน 4 คำหลัก ได้แก่ “เสถียรภาพ” “นวัตกรรม” “ความมีชีวิตชีวา” และ “การเชื่อมโยงกับโลก” ซึ่งสะท้อนทั้งสถานะปัจจุบันและทิศทางในระยะต่อไปของเศรษฐกิจจีน

ในประเด็นแรก นายกฯ หลี่ เฉียงกล่าวว่า “เสถียรภาพ” ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญของจีน โดยเศรษฐกิจจีนเติบโต 5% ในไตรมาสแรก และยังคงดำเนินไปได้ดีตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ทั้งในด้านผลกำไรของภาคธุรกิจ ราคาที่ฟื้นตัวในระดับปานกลาง และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ปรับดีขึ้น เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดกว่า 140 ล้านล้านหยวน (644 ล้านล้านบาท) ช่วยเพิ่มความแน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเผชิญความไม่แน่นอน

ประเด็นที่ 2 คือ “นวัตกรรม” ซึ่งถูกวางให้เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจีนยุคใหม่ ความก้าวหน้าของจีนในหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีอวกาศ ควอนตัม นิวเคลียร์ฟิวชัน และปัญญาประดิษฐ์ เติบโตอย่างรวดเร็ว แสดงว่าจีนกำลังเปลี่ยนนวัตกรรมจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง

นายกฯ หลี่ เฉียง ย้ำว่า ความสำเร็จด้านนวัตกรรมของจีนไม่ได้เกิดจากทางลัด แต่เกิดจากการลงทุนระยะยาวและความพยายามของภาคธุรกิจจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีหลัก โดยในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 14 ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของจีนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% และจีนจะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนงบวิจัยขั้นพื้นฐานต่อไป เพื่อเสริมความสามารถด้านนวัตกรรมดั้งเดิม

ประเด็นที่ 3 คือ “ความมีชีวิตชีวา” ของตลาดจีน นายกฯ หลี่ เฉียงระบุว่า อุปสงค์ภายในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะการบริโภคบริการ การบริโภคสีเขียว และการบริโภครูปแบบใหม่ เช่น การท่องเที่ยว ศิลปะการแสดง กีฬา รวมถึงสินค้าอัจฉริยะอย่างสมาร์ทวอทช์และแว่นตาอัจฉริยะ ตัวอย่างเช่น ตัวเลขการจัดส่งพัสดุด่วนมากกว่า 550 ล้านชิ้นต่อวัน แสดงถึงการหมุนเวียนของสินค้า ข้อมูล เงินทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังคึกคักในจีน

ประเด็นที่ 4 คือ “การเชื่อมโยงกับโลก” นายกฯ หลี่ เฉียงย้ำว่า จีนจะเดินหน้าเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกต่อไป โดยจีนใช้นโยบายภาษีเป็นศูนย์กับ 63 ประเทศ และยังคงเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลกติดต่อกันหลายปี

นอกจากนี้ นายกฯ หลี่ เฉียง ยังกล่าวถึงแนวคิด “China Opportunity 2.0” หรือโอกาสจีนระยะใหม่ โดยระบุว่า หากในอดีตจีนมอบโอกาสให้โลกผ่านตลาดขนาดใหญ่และต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ วันนี้จีนกำลังมอบโอกาสใหม่ผ่านนวัตกรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการยกระดับอุตสาหกรรม  โดยบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีนสามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศนวัตกรรมของจีนได้ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การสร้างต้นแบบ และการผลิตจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่จากจีนยังสามารถช่วยให้ประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา เข้าถึงโซลูชันใหม่ในราคาที่เอื้อมถึงมากขึ้น

นายกฯ หลี่ เฉียงยังกล่าวถึงความท้าทายของโลกในยุคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันกำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมของมนุษยชาติ และไม่กลายความขัดแย้งหรือความไม่มั่นคง

ในช่วงท้าย นายกฯ หลี่ เฉียงเชิญชวนภาคธุรกิจทั่วโลกให้เป็นทั้งผู้นำด้านนวัตกรรม ผู้ผลักดันความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน และพันธมิตรในการพัฒนาของจีน โดยยืนยันว่า จีนจะขยายการเข้าถึงตลาด ปฏิบัติต่อบริษัทต่างชาติอย่างเท่าเทียม และเดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน

สุนทรพจน์ของนายกฯ หลี่ เฉียงบนเวที Summer Davos ปีนี้ จึงสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไปว่า จีนจะเดินหน้ารักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ขยายพลังของตลาดภายในประเทศ และเปิดกว้างต่อการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ เป้าหมายสำคัญคือการขับเคลื่อนจีนจากการเติบโตที่อาศัยขนาดและปริมาณ ไปสู่การเติบโตคุณภาพสูง และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น