IN NEWS

รัฐฯเดินหน้าคืนผืนป่าทับลานเข้ม! ใช้กม. คุ้มครองผู้มีสิทธิและเร่งฟื้นฟูพื้นที่บุกรุก



กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าคืนผืนป่า บังคับใช้กฎหมายเข้ม คุ้มครองผู้มีสิทธิ เร่งฟื้นฟูพื้นที่บุกรุก สร้างสมดุลการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล โดยเร่งจัดสรรที่ดินทำกินควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ชุมชน เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่า พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามการดำเนินงานของชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติทับลานอย่างใกล้ชิด ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ติดประกาศแจ้งให้ผู้ครอบครอง "อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท" ซึ่งเป็นคดีที่สิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมแล้ว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน โดยล่าสุด ผู้ครอบครองได้เข้าพบหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อยื่นหนังสือขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดด้วยตนเอง และเริ่มดำเนินการรื้อถอนทันที ก่อนครบกำหนด พร้อมให้เจ้าหน้าที่อุทยานควบคุม ตรวจสอบ และติดตามการรื้อถอนอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพป่าธรรมชาติโดยเร็วที่สุด

นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันหลักการดำเนินงานที่ชัดเจน คือ คุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิในที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยเร่งพิสูจน์สิทธิที่ดินทำกินรายแปลงด้วยความโปร่งใส ขณะเดียวกันจะดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อคดีถึงที่สุดจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและคืนพื้นที่ให้รัฐตามกฎหมาย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการดำเนินการพื้นที่ "ไร่รักษ์ฟ้า" ภายในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้มีการบังคับใช้กฎหมายจนสามารถทวงคืนพื้นที่ได้แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อพัฒนาเป็น "จุดชมวิวเอราวัณนครินทร์" ภายใต้ระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ ไม่ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรที่กระทบต่อธรรมชาติ ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผืนป่าที่ได้รับการฟื้นฟูกลับมาทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ การเปิดพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวจะดำเนินการภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการจัดตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยว การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ การบูรณาการความร่วมมือกับตำรวจในพื้นที่ การกำหนดเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดถ่ายภาพที่ปลอดภัย รวมถึงการติดตั้งป้ายเตือนและระบบดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์ การคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกอย่างจริงจัง ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและพัฒนาพื้นที่ที่ทวงคืนได้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนภายใต้หลักการอนุรักษ์ เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและส่งต่อผืนป่าที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป" นางสาวลลิดา กล่าว