GLOBAL C

จีนกางแผน5ปีดันเครื่องบินC919-C929 ปั้นอุตสาหกรรมการบินครบวงจร



จีนเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมการบินครั้งใหญ่ในช่วงปี ค.ศ. 2026–2030 จากฐานตลาดผู้โดยสารขนาดใหญ่ สู่การสร้างอุตสาหกรรมการบินครบวงจร ตั้งแต่การผลิตเครื่องบินและเครื่องยนต์ การพัฒนาสนามบินและเครือข่ายเส้นทางระหว่างประเทศ และการขับเคลื่อนการบินสีเขียวและเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (Low-altitude Economy) โดยตั้งเป้าให้ภาคการบินพลเรือนของจีนก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกภายในปี 2030

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) เปิดเผยแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการบินพลเรือนช่วงปี ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน โดยกำหนดเป้าหมายยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย การให้บริการ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ พร้อมผลักดันการบินสีเขียวและลดการปล่อยคาร์บอน

ทิศทางของแผนสะท้อนว่า จีนกำลังขยับจากการเน้นเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร เที่ยวบิน และสนามบิน ไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพของอุตสาหกรรมมากขึ้น ทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และเชื่อมระบบการบินเข้ากับรถไฟ ถนน ทางน้ำ และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

ด้านการผลิตอากาศยาน จีนเตรียมเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบินโดยสาร C919 ซึ่งเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว พร้อมเดินหน้าพัฒนา C929 เครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างสำหรับเส้นทางระยะไกล รวมถึงการทดสอบและรับรองเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน CJ-1000A ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง ตลอดจนศึกษาการพัฒนา C919 รุ่นสำหรับสนามบินในพื้นที่สูง และอากาศยานที่ใช้พลังงานรูปแบบใหม่

เป้าหมายจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การผลิตเครื่องบินสำเร็จรูป แต่รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนภายในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานด้านการบินในระยะยาว

ขณะเดียวกัน จีนยังต้องการเพิ่มบทบาทในฐานะศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศ ปัจจุบันเครือข่ายการบินระหว่างประเทศของจีนเชื่อมต่อ 263 เมืองใน 90 ประเทศ ส่วนเที่ยวบินขนส่งสินค้าเชื่อมโยง 162 เมืองใน 70 ประเทศ และมีสนามบินบนจีนแผ่นดินใหญ่ 6 แห่งติดอันดับ 30 สนามบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ของโลกในปี 2025

การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) เป็นอีกด้านที่ได้รับความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากมีบทบาทต่ออีคอมเมิร์ซ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี และสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง ในปี 2025 การบินพลเรือนจีนขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์มากกว่า 10 ล้านตันเป็นครั้งแรก ในจำนวนนี้กว่า 4.4 ล้านตันเป็นการขนส่งระหว่างประเทศ

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ในปี 2025 จีนมีสนามบินขนส่งเชิงพาณิชย์ 270 แห่ง และในช่วงปี 2026–2030 จะเร่งเชื่อมระบบการบินเข้ากับโครงข่ายคมนาคมรูปแบบอื่น โดยมีแผนผลักดันเมืองศูนย์กลางคมนาคมระหว่างประเทศ 20 เมือง และศูนย์กลางระดับชาติอีก 80 เมือง เพื่อให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกอุตสาหกรรมที่จีนเร่งพัฒนาคือ “เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โดรนขนส่งสินค้า อากาศยานขึ้นลงแนวดิ่งด้วยไฟฟ้า หรือ eVTOL การท่องเที่ยวทางอากาศ การกู้ภัย การสำรวจ ไปจนถึงบริการขนส่งระยะสั้น โดยเตรียมปรับปรุงทั้งระบบบริหารน่านฟ้า กฎระเบียบ มาตรฐานความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่นี้

ส่วนการบินสีเขียวถูกกำหนดให้เป็นอีกเป้าหมายสำคัญ ทั้งการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งเสริมเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนจากฝูงบินขนส่งของจีนลดลง 4.5 % และจากสนามบินลดลง 12.4 %

แผนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน 5 ปีนี้ แสดงให้เห็นว่า จีนกำลังวางให้อุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงทั้งการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยี โลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจดิจิทัลเข้าด้วยกัน

การเร่งผลิต C919 และพัฒนา C929 จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพที่ใหญ่กว่า นั่นคือความพยายามสร้างระบบนิเวศการบินตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และขยับบทบาทของจีนจากหนึ่งในตลาดการบินขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ไปสู่การเป็นทั้งผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการบินโลกภายในปี 2030

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ภาพ : CGTN